ข้อมูลท่องเที่ยว ซินเจียง

ซินเจียง

ซินเจียงเป็นเขตปกครองตนเองชนชาติอุยกูร์ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เป็นมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของจีน มีเมืองอูรุมชีเป็นเมืองหลวง และมีพรมแดนติดต่อกับประเทศต่างๆ ถึง 8 ประเทศคือ, มองโกเลีย, คาซัคสถาน, คีร์กิซสถาน, อุซเบกิซสถาน, ทาจิกิซสถาน, อัฟกานิสถาน, ปากีสถาน และ อินเดีย ในอดีต ซินเจียงเป็นเส้นทางการค้าที่สําคัญระหว่างตะวันออกสู่ตะวันตก

แม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของซินเจียงจะเต็มไปด้วยทะเลทรายและภูเขา แต่มีทรัพยากรน้ำมันและแร่ธาตุชนิดต่างๆ ซุกซ่อนอยู่จำนวนมหาศาล นอกจากน้ำมันแล้ว สิ่งที่น่าสนใจที่สุดอีกประการหนึ่งของซินเจียง ก็คือ การมีชนกลุ่มต่างๆ ผสมปนเปกันมากถึง 47 ชนชาติ โดยมีชนชาติที่มีจำนวนมากรองจากฮั่น ก็คือ อุยกูร์ (Uyghurs) และชนชาติส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม

 สภาพภูมิประเทศที่สําคัญประกอบไปด้วย ทะเลทรายตากะลิมากัน (Taklimakan) ทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีน และเป็นอันดับสองของโลก นอกจากนี้แล้วยังมีเทือกเขาพาดอยู่ถึง 3 แนว คือ ทางเหนือมีเทือกเขาอัลไต (Altay) ตอนกลางมีเทือกเขาเทียนซาน (Tianshan) พาดผ่านตอนกลาง ทางใต้มีเทือกเขาคุนลุน (Kunlun) ซินเจียงมีภูมิประเทศที่หลากหลายตั้งแต่ทะเลทราย ทุ่งหญ้า ที่ราบต่ำ ที่ราบสูง และภูเขาหิมะ

 ถู่หลู่ฟาน
 เป็นสถานที่ที่พลาดการเยี่ยมชมไม่ได้หากไปซินเจียง ต้องเดินทางตามเส้นทางหลวงเป็นถนนลาดยางจากเมืองอูรุมชีไปทางทิศใต้ ผ่านเทือกเขาเทียนซานที่มียอดเขาสูงตระหง่านมีหิมะปกคลุมอยู่ท่ามกลางเมฆหมอกราวกับสวรรค์ชั้นฟ้า แล้วมีถนนทอดลงมาสัมผัสกับผืนแผ่นดินเบื้องล่าง ในฉับพลัน อากาศก็ร้อนขึ้นมาปานจะแผดเผาให้ผิวหนังไหม้เกรียม ที่เป็นเช่นนี้เพราะทางเส้นนี้ทอดไปสู่ที่ราบอันแห้งแล้งในหุบลึกอันเป็นพื้นที่ที่ตํ่าสุดในทวีป และเป็นที่สองของโลก ที่นี่ตํ่ากว่าระดับนํ้าทะเลถึง 157 เมตร นี่คือ หนึ่งในที่สุดของทูลูฟาน คือ ตํ่าที่สุด ร้อนที่สุด แล้งที่สุด และหวานที่สุด 

ด้วยความเป็นพื้นที่ตํ่าที่สุด ทูลูฟานจึงเปรียบเหมือนอยู่ในแอ่งกระทะที่รอบข้างคือทะเลทราย คอยเผาผลาญเติมความร้อนอยู่ตลอดเวลา อากาศจึงร้อนอบอ้าวชนิดเป็นหนึ่งไม่มีสอง ตลอดปี มีฝนตกไม่เกิน 16 มิลลิเมตร อุณหภูมิในช่วงฤดูร้อนเดือนกรกฏาคม-สิงหาคม สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส

ถูหลู่ฟาน คือโอเอซิสแห่งเส้นทางสายไหม ที่นี่มีอุโมงค์ส่งนํ้า หรือที่เรียกกันว่า บ่อนํ้าขันเอ๋อจิ่ง เป็นระบบชลประทานที่มีมานานกว่า 2,000 ปี ถูกคิดค้นโดยชาวจีนเพื่อใช้ในพื้นที่รอบๆ เมืองหลวงเก่าซีอาน 

จากนั้นจึงแพร่หลายเข้ามาถึงที่นี่ โดยผู้คนที่ใช้เส้นทางสายไหม เนื่องจากเมืองทูลูฟานเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ตํ่ามาก สายนํ้าที่ไหลผ่านลงมาจากภูเขาหิมะ เช่นเทือกเขาเทียนซานจะไหลสะสมอยู่ใต้ดินเป็นตานํ้า   ชาวเมืองขุดลงไปในแต่ละจุดที่ห่างกันราว 80 – 100เมตร จากนั้นก็ขุดเชื่อมกันเป็นอุโมงค์ใต้ดิน เสมือนดั่งท่อนํ้าขนาดใหญ่จากเชิงเขาเทียนซานส่งไปยังจุดต่างๆที่ต้องการใช้นํ้า รวมกันทั่วเมืองแล้ววัดได้ความยาวถึง 5,000 กิโลเมตร นํ้าที่ไหลออกมาใสสะอาดและเย็นฉํ่าทีเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเงื่อนไขชีวิตที่นี่ขึ้นอยู่กับอุโมงค์ส่งนํ้า

องุ่นที่ปลูกในเมืองถูหลู่ฟานว่ากันว่า มีรสหวานมาก เนื่องจากมีแหล่งนํ้าสมบูรณ์ อากาศร้อนจัดในเวลากลางวัน หนาวจัดในเวลากลางคืน ความแตกต่างของอุณหภูมิที่มากเช่นนี้ ทําให้องุ่นที่นี่สามารถเก็บ นํ้าตาลไว้ในผลได้ดี นี่คืออีกหนึ่งในที่สุดของทูลูฟาน นั่นก็คือ “หวานที่สุด” 

เมืองโบราณเกาชาง
ห่างจากเมืองทูลูฟาน 48 กิโลเมตรมาทางด้านตะวันออก เมืองนี้เป็นเมืองเก่าของชาวอุยกูร์ เมื่อครั้งอพยพจากมองโกเลียเข้าสู่เขตซินเจียง ในศตวรรษที่ 9 ที่นี่ได้กลายเป็นจุดสําคัญบนเส้นทางสายไหมในเวลาต่อมา ตามประวัติครั้งที่พระเสวียนจั้ง หรือที่เรารู้จักกันในนามพระถังซําจั๋ง จากนิยายเรื่อง “ไซอิ๋ว” ได้เคยมาพํานักอยู่ช่วงหนึ่ง พร้อมกับกล่าวเทศน์ต่อชาวเมืองเมื่อครั้งเดินทางไปนําพระไตรปิฏกจากอินเดียกลับมา

กําแพงเมืองในอดีตมีความสูงถึง 12 เมตร ความยาวของกําแพงทั้งหมดรวมกันได้ 6 กิโลเมตร ตัวเมืองแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ เมืองรอบนอก และเมืองภายในซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวัง และที่ทําการผู้ปกครองของเมือง สภาพที่พบเห็นในปัจจุบันยังพอเหลือเค้าโครงให้จินตนาการได้

ถํ้าพระพันองค์
 ถํ้าพระพันองค์แห่งนี้สร้างอยู่ตามหน้าผาของภูเขาที่เป็นแนวโค้ง มีทางเดินลงไปตามห้องต่างๆที่เจาะเป็นถํ้าจํานวน 83 ถํ้า ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ปัจจุบัน เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย เพราะถูกขโมยและถูกทําลายเป็นจำนวนมาก เมื่อศาสนาอิสลามที่แพร่เข้ามาในภายหลัง ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้พบเห็นได้ตามศาสนสถานของพุทธที่รุ่งเรืองมาก่อนสมัยราชวงค์ถัง

ที่ฝั่งตรงข้ามของถํ้าพระพันองค์ มีแนวภูเขาพร้อมประติมากรรมที่ธรรมชาติได้สร้างไว้ มองไปเหมือนพระพุทธรูปปางสมาธิจำนวนนับไม่ถ้วน นี่คือที่มาของชื่อ “ถํ้าพระพันองค์”

ปิดการแสดงความเห็น