ข้อมูลท่องเที่ยว ซัวเถา

China-Flag-icon ซัวเถา

Shantou

ซัวเถา หรือ ซ่านโถว ในภาษาจีนกลาง (Shantou 汕頭 汕头)เป็นหนึ่งในจังหวัดของจีนที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง มีเนื้อที่ 234 ตารางกิโลเมตร ประชากร 4,846,400 คน

China-Flag-icon ที่ตั้ง

จังหวัดซัวเถา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุ้ง (广东省) ทิศทางใต้และทิศตะวันตกติดจังหวัดเจียหยาง ในภาษาจีนกลาง กิ๊กเอี๊ยว ในภาษาแต้จิ๋ว (揭阳 หรือ 揭陽縣 掲陽市) ทางทิศเหนือติดจังหวัดฉาวโจว ในภาษาจีนกลาง แต้จิ๋ว ในภาษาแต้จิ๋ว (潮州市) และทางทิศตะวันออกติดทะเลจีนใต้

China-Flag-icon ประวัติ

เมืองซัวเถา ในสมัยราชวงศ์ราชวงศ์ซ้อง เคยเป็นเมืองท่าของ เมืองถัวเจียง (鮀江都) และ อำเภอเจียหยาง (揭陽縣) มีชื่อว่า เมืองซ่าหลิ่ง (廈嶺) ในสมัยราชวงศ์หยวน ในปีพ.ศ. 2106 เมืองซัวเถาเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเฉิงไห่ หรือเถ่งไฮ่ ในภาษาแต้จิ๋ว (澄海縣) จังหวัดฉาวโจวหรือจังหวัดแต้จิ๋วในปัจจุบัน ในตอนนั้นเมืองซัวเถาถูกเรียกว่า ชาชานปิง (沙汕坪) ส่วนคำว่าซัวเถานั้นถูกเรียกเมื่อคริศตศตวรรษที่ 17 จากเครื่องชามที่เรียกว่า ชาชาน โทวเปาไท (沙汕頭炮臺) และก็ได้มาเป็นเมืองเมื่อ พ.ศ. 2452

China-Flag-icon เขตปกครอง

  • ตำบลหลงหู (龍湖區)
  • ตำบลจินหยวน (金園區)
  • ตำบลเจินผิง (升平區)
  • ตำบลต๋าห่าว (達濠區)
  • ตำบลเหอผู่ (河浦區)
  • อำเภอหนานโอว (南澳縣)
  • เมืองเฉาหยาง (潮陽市)
  • เมืองเฉิงไห่ (澄海市)

China-Flag-icon ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ

รัฐบาลจีนได้บอกว่าได้มีชาวจีน 2ล้านกว่าคนที่อพยบไปจากจังหวัดซัวเถา ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยมีเหตุผลจากสงครามกับพวกมองโกลและแมนจูเรียที่บุกผ่านกำแพงเมืองจีนทางภาคเหนือมาปกครองจีน รวมทั้งครั้งสงครามโลกครั้งที่2ที่ต้องทำสงครามกับญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนในซัวเถาอดอยากจากภัยสงครามจึงอพยพ โดยส่วนมากจะอพยบไปที่ประเทศไทยผ่านแม่น้ำโขง และ สิงคโปร์ ดังนั้นเมืองนี้จึงมีเครื่องบินที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพมหานคร และ จังหวัดซัวเถา

China-Flag-icon ภาษา

เนื่องจากติดกับจังหวัดแต้จิ๋ว จึงใช้ภาษาแต้จิ๋วปัจจุบันเรียกว่า เตี่ยซัวอ่วยหรือ ฉาวซ่านฮว่าหรือ แต่จิวอ่วย หรือแปะอ่วย เป็นภาษาพูด มีระดับเสียงดนตรี8เสียง (ภาษาไทยมีแค่ 5) ในภาษาจีนกลาง (潮汕话) เป็นภาษาท้องถิ่น และใช้ ภาษาจีนกลางเป็นภาษาราชการ เนื่องจากเป็นจังหวัดหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง จึงสามารถใช้ภาษากวางตุ้งได้ในการติดต่อสื่อสาร หรือทำธุรกิจ และนับเป็นหนึ่งในชาวแต้จิ๋ว ปัจจุบันเรียก เตี่ยซัวนังหรือฉาวซ่านเหริน ในภาษาจีนกลาง (潮汕人)

Shantou

China-Flag-icon สถานที่ท่องเที่ยว

 เฮี้ยงบู้ซัว (อยู่ระหว่างกวางเจา กับ ซัวเถา)

  ตั้งอยู่ที่อำเภอลู่เฟิง สร้างในสมัยราชวงศ์ซ่ง มีการบูรณะซ่อมแซมมากมาย จนกลายเป็นศาลเจ้าของศาสนาเต๋าที่ใหญ่โต มีผู้คนศรัทธามาบูชาอยู่เสมอ ปัจจุบันเฮี้ยงบู้ซัวได้ผสมผสานกับศาสนาพุทธให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ให้ท่านได้นมัสการเจ้าพ่อเสือ ซึ่งถือเป็นองค์จริงที่ทางไทยได้จำลองมาสู่ศาลเจ้าพ่อเสือบริเวณเสาชิงช้า ชาวจีนแต้จิ๋วถือว่าในชีวิตหนึ่งสำหรับนักธุรกิจจีนแล้วจะต้องมานมัสการสักครั้งหนึ่ง ซึ่งคนส่วนใหญ่หลังจากนมัสการที่เฮี้ยงบู้ซัวนี้แล้ว กลับมาก็จะทำการค้าขึ้นประสบแต่ความสำเร็จในชีวิต ทุกๆปีจะมีผู้ที่มาบนบานและแก้บน เดินทางมาจากภายในประเทศและต่างประเทศทุกสารทิศ ภายในวัดมีทั้งเทวรูปเจ้าแห่งภาคเหนือ ซึ่งเป็นเทวรูปที่รักษาดูแลเรื่องน้ำ ประดิษฐานปิดทองอยู่ในศาลเจ้าพร้อมกันนั้นก็ยังมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้า เป็นสถานที่สักการะบูชาของคนซัวเถาอย่างกว้างขวาง และเป็นสถานที่ที่ชาวจีนโพ้นทะเล โดยเฉพาะชาวจีนในประเทศไทยจะนับถือกันมาก

เกาะหม่าสือ

           ซึ่งเป็นเกาะที่มีทิวทัศน์สวยงามเป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนทั้งในและต่างประเทศให้ความนับถือ เกาะหม่าสือเป็นเกาะขนาดเล็ก มีเนื่อที่ 0.90 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวซัวเถา ให้ท่านขอพรจาก “ ไฮตังม่า ” เจ้าแม่ทับทิม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองชาวจีนแต้จิ๋วที่อยู่ติดทะเล และมีวิถีชีวิตอยู่กับทะเล ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองชาวจีนแต้จิ๋วที่อยู่ติดทะเลและมีวิถีชีวิตอยู่กับทะเล

 เมืองแต้จิ๋ว

           เป็นเมืองโบราณ เป็นต้นกำเนิดของ “วัฒนธรรมจีนโพ้นทะเล” แห่งสำคัญอีกแห่ง ที่ต้อนรับการกลับบ้านของชาวจีนทั่วโลกด้วยตึกรามบ้านช่องแบบโบราณที่บางแห่งมีประวัตินับพันปีอย่างไม่เปลี่ยนแปลง

วัดไทย

     ชมศาลาไทยที่สวยงามที่สร้างจากความร่วมมือร่วมใจของคนจีน คนไทยเชื้อสายจีน และคนจีนที่อยู่ต่างแดน ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นมา ตามต้นแบบของวัดไทยทุกอย่าง

วัดไคหยวน

วัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองแต้จิ๋ว วัดสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังราว ค.ศ. 738 สมัยจักรพรรดิถังสวนจง (หมิงตี้) บางส่วนเป็นศิลปะสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวน แต่ก่อนเคยมีเนื้อที่ร้อยกว่าโหม่ว (โหม่ว เป็นภาษาจีนแต่จิ๋ว ภาษาจีนกลางเรียกว่า หมู่ เป็นมาตราวัด 1 หมู่มีเนื้อที่เท่ากับ 666.7 ตร.ม.) แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 20 โหม่ว ถูกรุกที่บ้าง เอาไปทำอย่างอื่นบ้าง ประตูใหญ่ที่คนเข้าออก (ซานเหมือน) มีท้าวโลกบาล (เทียนหวัง) อยู่ด้านซ้ายขวาข้างละ 2 องค์ ตรงกลางเป็นรูป พระศรีอาริยเมตไตย อาคารหลักเรียกว่า ต้าฉงอู่เตียน เป็นวิหารกลาง ปลูกบนยกพื้นหินแกรนิต ภายในมีพระปฏิมาประธาน 3 องค์ ตรงกลางเป็นพระศากยมุนี ข้างซ้ายเป็นพระไภษัชยคุรุ ด้านขวาเป็นพระอมิตาภะ ริมผนังสองด้านเป็นพระอรหันต์ข้างละ 9 องค์ รวมเป็น 18 ที่เรียกว่า จับโป้ยหล่อฮั่น ตรงกลางเป็นพระแม่กวนอิมเหยียบบนปลาหลีฮื้อ เรียกว่า กวนอิมทะเลใต้ ประติมากรรมทั้งหมดนี้สร้างขึ้นใหม่ แต่มีความงดงามมากเนื่องจากของเดิมถูกทำลายหมดในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม สร้างเพื่อรำลึกถึงเสนาบดีหันเหวินกงผู้ซื่อตรงและเต็มไปด้วยความสามารถในสมัยราชวงศ์ถัง แต่ถูกพวกกังฉินยุยงฮ่องเต้และโดนเนรเทศลงมาภาคใต้ ซึ่งเป็นเมืองแต้จิ๋ว ณ ปัจจุบัน โดยหันเหวินกงเป็นผู้ทำให้เมืองแต้จิ๋วมีความเจริญสูงสุด ทั้งด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ ฯลฯ

 สะพานเซียงจื่อ

เป็นสะพานโบราณข้ามแม่น้ำหานเจียง มีชื่ออีกชื่อว่าสะพานกว่างจี้ ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของตัวเมืองแต้จิ๋ว เริ่มสร้างในสมัยราชวงศ์ซ้ง ตรงกับปี ค.ศ. 1170 โดยใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 57 ปี มีความยาว 515 เมตร ช่วงกลางสะพานซึ่งเป็นช่วงที่กว้างที่สุด มีความกว้างประมาณ 100 เมตรเป็นสะพานแห่งแรกของเมืองจีนที่เปิดปิดได้ (ไม่ได้ขึ้นบนสะพาน)

ศาลเจ้าไต่ฮงกง

 ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือของเมืองเฉาหยางแต่เดิมเป็นสุสาน ของซ่งไต่ฮงกงโจวซื่อ และได้มีการปฏิสังขรณ์ให้มีอาณาบริเวณกว้างขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่ดึงดูดใจผู้คนมากที่สุดคือ ศาลาไต่ฮงกง ซึ่งมีความยาว 22 เมตร. สูง 14 เมตร โดยใช้เสาหินขนาดยักษ์ 16 ตันค้ำไว้ ภายในศาลามีรูปแกะสลักของท่านไต่ฮงกงประดิษฐานอยู่ โดยใช้หยกขาวที่นำเข้ามาจากประเทศพม่ามาแกะสลัก มีความสูงประมาณ 2.8 เมตร น้ำหนักประมาณ 3.5 ตัน เป็นที่นับถือของชาวจีนในพื้นที่และชาวจีนโพ้นทะเล และชาวจีนในประเทศไทยได้รวบรวมกันบริจาคเงินในการซ่อมแซม บูรณะสุสานแห่งนี้จนใหญ่โต สวยงามดังที่ได้เห็นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของปอเต็กตึ้งในประเทศไทยด้วย ซึ่งปัจจุบันสุสานแห่งนี้ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจากการร่วมบริจาคของชาวจีน จนมีความใหญ่โตและสวยงาม สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้เกิดจากหลวงพ่อต้าเฟิงจู่ซือ สมัยราชวงศ์ซ่ง ตามจดบันทึกของโบราณคดี ต้าเฟิงจู่ซือเป็นคนสมัยราชวงศ์ซ่ง เกิดที่อำเภอเวินโจว มณฑลเจ๋อเจียง สอบได้จิ่นสื้อ เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แต่เห็นการปกครองและข้าราชการไม่ดี จึงออกบวชเป็นพระธุดงค์มาถึงหมู่บ้านเหอผิงหลี่ มณฑลกวางตุ้ง ได้สร้างวัด สร้างโรงเรียน สร้างสะพาน และช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านตลอดมา หลังมรณภาพชาวบ้านได้ฝังศพ ณ ที่เหอผิงหลี่ และสร้างศาลเจ้าไว้เพื่อเป็นการรำลึกถึงบุญคุณและความดีขององค์ ไต่ฮงกงผู้นี้

วัดแปะฮวยเจียม หรือ วัดดอกไม้ขาว

ซึ่งมีการสร้างศาลเจ้าใหญ่โตตามความเชื่อของศาสนาเต๋ามาตั้งแต่ดั้งเดิมนานหลายร้อยปี และมีการขยายบูรณะใหม่เมื่อ 15 ปีที่ผ่านมา ภายในตั้งองค์เทวรูปต่างๆตามแบบศาสนาเต๋า เช่น อี้หวางฮ่องเต้ กษัตริย์สูงสุดบนสวรรค์ ( พระเจ้าหยก )และเทวรูปต่างๆ มีขุนนางขุนศึก มหาอุปราชดังกับกรมต่างๆของจีนโบราณ พร้อมทั้งกิ้วเทียนเนี้ยงเนี้ยง เจ้าแม่สวรรค์ชั้นเก้า ซึ่งเป็นมารดาของพระเจ้าหยก และแต่ละชั้นของสวรรค์ก็ยังมีเจ้าแม่แต่ละองค์ดูแลศาลเจ้าแห่งนี้ มีผู้คนศรัทธามากราบไหว้มาก

ปิดการแสดงความเห็น