ข้อมูลท่องเที่ยว นอร์เวย์

Norway-Flag-icon นอร์เวย์

Norway

นอร์เวย์ (อังกฤษ: Norway; บูกมอล: Norge; นีนอสก์: Noreg) มีชื่อทางการว่า ราชอาณาจักรนอร์เวย์ (อังกฤษ: Kingdom of Norway; บูกมอล: Kongeriket Norge; นีนอสก์: Kongeriket Noreg) เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ตั้งอยู่ในยุโรปเหนือ ส่วนตะวันตกของคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย มีอาณาเขตจรดประเทศสวีเดนฟินแลนด์ และรัสเซีย และมีอาณาเขตทางทะเลจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับประเทศเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร นอร์เวย์เป็นประเทศที่มีชายฝั่งยาวและเป็นที่ตั้งของฟยอร์ดที่มีชื่อเสียง

ดินแดนหมู่เกาะที่อยู่ใกล้เคียง ได้แก่ สฟาลบาร์และยานไมเอน ต่างก็อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของนอร์เวย์และถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร ในขณะที่เกาะบูแวในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และเกาะปีเตอร์ที่ 1 ในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้นั้น มีฐานะเป็นอาณานิคมของนอร์เวย์เท่านั้น ไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักร นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังอ้างสิทธิ์เหนือดินแดนดรอนนิงมอดแลนด์ในทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยอีกด้วย

Norway-Flag-icon ภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศ และสภาพแวดล้อม

นอร์เวย์ครอบคลุมพื้นที่ทางตะวันตกของสแกนดิเนเวียในยุโรปเหนือ มีพรมแดนส่วนที่ติดต่อกับสวีเดนและฟินแลนด์ยาว 2,542 กิโลเมตร และพรมแดนสั้นๆติดต่อกับรัสเซียทางทิศตะวันออก ทางทิศตะวันตกและใต้ติดต่อกับทะเลนอร์เวเจียน ทะเลเหนือ และ Skagerak ทางทิศเหนือติดต่อกับทะเลแบเรนต์ส

Norway-Flag-icon ประวัติศาสตร์

Norway

 

นอร์เวย์ถูกยึดครองโดยนาซีเยอรมนีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 ถึง 2488 และถูกทำลายในช่วงสงครามไปมาก อาคารบ้านเรือน โรงงานและเมืองต่าง ๆ ถูกทิ้งระเบิดและเผาทำลาย สินค้าส่วนใหญ่มีไม่เพียงพอกับความต้องการและประชาชนต้องประสบกับความยากลำบาก

สงครามโลกครั้งที่สองเริ่มขึ้นในเดือนกันยายนปี 1939 เมื่อครั้งที่โปแลนด์ถูกรุกรานโดยทหารเยอรมัน ทหารเยอรมันรุกรานนอร์เวย์เมื่อวันที่ 9 เมษายน 1940 มีการต่อสู้ช่วงสั้น ๆ เกิดขึ้นหลายแห่งในประเทศ แต่ระยะเวลาเพียงไม่กี่วันเยอรมันก็สามารถควบคุมนอร์เวย์ได้ทั้งหมด กษัตริย์และเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างหลบหนีไปที่ลอนดอนประเทศอังกฤษและดำเนินการต่อต้านจากที่นั่น

ระหว่างสงครามช่วงสองสามวันแรก ยังไม่มีการต่อต้านเกิดขึ้นมากนักในนอร์เวย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกพวกนาซีควบคุม โดยรัฐบาลใหม่ที่เข้าพวกกับนาซีได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อบริหารประเทศแทน รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้ถูกเลือกขึ้นตามระบอบประชาธิปไตย

ชาวนอร์เวย์หลายคนประกอบกิจกรรมที่ผิดกฎหมายระหว่างช่วงสงคราม มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างไม่มีการปิดกั้น ทั้งทางหนังสือพิมพ์และใบปลิว และมีอีกหลายคนที่ช่วยคนให้หลบหนีจากพวกนาซีไปยังประเทศอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวีเดนและอังกฤษ หลายคนถูกจับกุมและขังไว้ในค่ายกักกัน

แม้ว่าประเทศจะถูกยึดครอง แต่คนส่วนใหญ่ยังไปทำงานตามปกติและเด็ก ๆ ก็ยังคงไปเรียนหนังสือได้ตามเดิม อย่างไรก็ตาม อาหาร เสื้อผ้าและปัจจัยอื่น ๆ ถูกแบ่งสรรจากฝ่ายควบคุม ทำให้หลายคนเกิดความไม่แน่ใจในอนาคต

นอร์เวย์มีเรือพาณิชย์ก่อนช่วงสงครามเป็นจำนวนมาก ระหว่างช่วงสงครามปี 1940-1945 เรือหลายลำในจำนวนนี้ส่งสินค้าไปยังประเทศที่ทำสงครามกับเยอรมัน โดยรัฐบาลนอร์เวย์ในลอนดอนเป็นผู้เตรียมการขนส่งเหล่านี้ ประมาณครึ่งหนึ่งของกองเรือถูกทิ้งตอร์ปิโดหรือถล่มด้วยระเบิด ลูกเรือชาวนอร์เวย์เกือบ 4,000 คนต้องเสียชีวิตระหว่างสงคราม

ชายและหญิงชาวนอร์เวย์ประมาณ 10,000 คนเสียชีวิตเนื่องจากสงคราม ประมาณ 700 คนจากนี้เป็นชาวยิวที่ถูกส่งไปยังค่ายกักกันส่วนกลางในเยอรมันและโปแลนด์

ในวันที่ 8 พฤษภาคม 1945 เยอรมันยอมจำนน นอร์เวย์จึงเป็นประเทศเอกราชอีกครั้ง ชาวนอร์เวย์ประมาณ 50,000 คนต้องข้อหากบฏหลังจากสงครามสิ้นสุด คนเหล่านี้เป็นสมาชิกของพรรคสังคมนิยมแห่งชาตินอร์เวย์ Nasjonal Samling ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ฝักใฝ่กับพวกนาซี โดย25 คนถูกประหารชีวิตด้วยข้อหากบฏหลังสงคราม

หลังปี 1945 ประเทศได้เริ่มบูรณะตัวเองใหม่อีกครั้ง ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ตื่นตัวมาก ทั้งการผลิตและการส่งออกอยู่ในอัตราที่เพิ่มขึ้น กองเรือพาณิชย์เองก็ถูกบูรณะขึ้นใหม่อีกครั้ง

Norway

หลายคนสามารถหางานทำได้ และแม้ว่าค่าแรงจะไม่สูงมากนัก แต่ปัญหาความยากจนก็ลดลงไปได้บ้าง คนส่วนใหญ่มีมุมมองที่ดีและหลายคนคาดหวังที่จะมีส่วนร่วมในการบูรณะประเทศนอร์เวย์ขึ้นอีกครั้ง ความเท่าเทียมกัน และคุณค่าที่เท่ากันกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ เศรษฐกิจของนอร์เวย์ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ แม้ว่าจะยังคงต้องแบ่งสรรสินค้าใช้อยู่จนช่วงปลายทศวรรษที่ 1950

ระหว่างช่วงทศวรรษหลังสงคราม มีการปฏิรูปมากมายเกิดขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตของทุกคน ชั่วโมงการทำงานถูกกำหนดให้สั้นลง และวันหยุดยาวนานขึ้น ในปี 1967 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายหลักประกันแห่งชาติ กฎหมายนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันทางเศรษฐกิจให้กับประชากรทุกคน รวมทั้งคนชราและคนป่วย

Norway-Flag-icon การเมือง

นอร์เวย์มีการปกครองในระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และระบอบรัฐสภา ประมุขแห่งรัฐของนอร์เวย์คือพระมหากษัตริย์ โดยพระองค์ปัจจุบันคือสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 บทบาทของกษัตริย์ในปัจจุบัน จำกัดอยู่เพียงด้านพิธีการและสัญลักษณ์

Norway-Flag-icon การแบ่งเขตการปกครอง

ประเทศนอร์เวย์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 19 เทศมณฑล (fylker) และ 431 เทศบาล (kommuner)

เทศมณฑลในนอร์เวย์ เป็นระดับการปกครองที่อยู่ระหว่างรัฐกับเทศบาล แต่ในปี พ.ศ. 2553 เทศมณฑลทั้ง 19 แห่ง จะถูกจัดแบ่งใหม่เป็นเขตที่ใหญ่ขึ้น 5 – 9 เขต

เทศมณฑลและศูนย์กลางการบริหารทั้ง 19 แห่ง ได้แก่

  • อาแคร์สหุส – ออสโล
  • แออุสต์-อักแดร์ – อาเรนดาล
  • บุสเครุด – ดระเมน
  • ฟินน์มาร์ก – วาดเซอ
  • เฮดมาร์ก – ฮามาร์
  • ฮอร์ดาลันด์ – แบร์เก็น
  • เมอเรอ็อกร็อมสดาล – มอลเด
  • นอร์ด์ลันด์ – บูเดอ
  • นอร์ด์-เทรินเดลาก – สเตนแคร์
  • ออปป์ลันด์ – ลิลเลฮัมเมร์
  • เทศมณฑลและกรุงออสโล
  • เอิสต์ฟอลด์ – ซาร์ปสบอร์ก
  • รูกาลันด์ – สตาวังเงร์
  • ซองน์อ็อกฟยอร์ดาเน – เลย์คังเงร์
  • เซอร์-เทรินเดลาก – ทรอนด์เฮม
  • เทเลมาร์ก – เชียน
  • ทรุมส์ – ทรูมเซอ
  • เวสต์-อักแดร์ – คริสเตียนซันด์
  • เวสต์ฟอลด์ – เทินสแบร์ก
Norway

Norway-Flag-icon กองทัพ

กองทัพนอร์เวย์ปัจจุบันมีประมาณ 23,000 คน รวมทั้งพนักงานพลเรือน ตามที่ในปัจจุบัน (ค.ศ. 2009) ความแข็งแรงในระหว่างการระดมเต็มจะอยู่ที่ประมาณ 83,000 บุคลากรต่อสู้ นอร์เวย์มีการเกณฑ์ทหารสำหรับเพศชาย (6-12 เดือนของการฝึกอบรม) และการบริการที่สมัครใจสำหรับเพศหญิง[4] กองทัพนอร์เวย์เป็นผู้ใต้บังคับบัญชากระทรวงกลาโหม ทหารของนอร์เวย์จะแบ่งออกเป็นสาขาต่อไปนี้: กองทัพ, กองทัพเรือ, กองทัพอากาศ และมหาดเล็ก

Norway-Flag-icon ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

กับประเทศไทย

ประเทศไทยเริ่มมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับนอร์เวย์ เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2448 หลังจากที่นอร์เวย์ได้ประกาศเอกราชและแยกตัวออกจากสวีเดนโดยสันติ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2448 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนอร์เวย์ใกล้ชิดมากขึ้นจากการเสด็จฯ เยือนนอร์เวย์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2450 ซึ่งได้ทรงลงพระนามาภิไธยย่อ “จปร” ไว้บนก้อนหิน ณ บริเวณนอร์ดแคปป์ (Nordkapp) ต่อมา ได้มีการจัดสร้างพิพิธภัณฑสถานไทย ณ นอร์ดแคปป์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เยือนนอร์เวย์ เพื่อทรงเปิดพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว เมื่อปี 2532

เมื่อปี 2495 ได้มีการแลกเปลี่ยนผู้แทนทางการทูตในระดับอัครราชทูต และได้ยกฐานะความสัมพันธ์ขึ้นเป็นระดับเอกอัครราชทูตตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2503 จากนั้น นอร์เวย์ได้แต่งตั้งเอกอัครราชทูตมาประจำประเทศไทยตลอดมา ส่วนไทยได้เปิดสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล เมื่อเดือนสิงหาคม 2530 และต่อมา เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2544 คณะรัฐมนตรีมีมติให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล มีเขตอาณาครอบคลุมสาธารณรัฐลัตเวีย

ไทยและนอร์เวย์ได้เฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2548 ในโอกาสดังกล่าว เจ้าชายโฮกุ้น มกุฎราชกุมารแห่งนอร์เวย์ และเจ้าหญิงเมตเต-มาริต พระชายา ได้เสด็จฯ เยือนไทยอย่างเป็นทางการในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 23 – 26 พฤศจิกายน 2547

นอกจากนี้ นอร์เวย์เคยมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการเชื่อมความสัมพันธ์ไทย – จีน โดยเมื่อต้นปี 2514 นอร์เวย์ได้เริ่มทำหน้าที่เป็นประเทศที่สามที่เป็นตัวกลางในการจัดให้ผู้แทนฝ่ายไทยและฝ่ายจีนได้พบปะหารือกัน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2514 นายอานันท์ ปันยารชุน เอกอัครราชทูตประจำสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก และนายเจียว กง หัว (Chiao Kuan-Hua) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้พบปะหารือกันที่นครนิวยอร์ก อันนำไปสู่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2518

Norway

ปัจจุบัน นายจุลพงษ์ โนนศรีชัย ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล รวมทั้งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำลัตเวียด้วย นอกจากนี้ ไทยยังมีสถานกงสุล ณ เมืองเบอร์เกน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างการสรรหาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ

สำหรับนอร์เวย์ สถานเอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทยมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศกัมพูชา และพม่า เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรนอร์เวย์ประจำประเทศไทยคนปัจจุบัน คือ นางคัทยา คริสทีนา โนร์ดการ์ด (Katja Christina Nordgaard) นอกจากนี้ ยังมีสถานกงสุลนอร์เวย์ประจำประเทศไทย จำนวน 2 แห่ง คือ

  • สถานกงสุลนอร์เวย์ประจำเมืองพัทยา มีนายสติก วักท์ แอนเดอร์ซัน (Stig Vagt Andersen) ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ
  • สถานกงสุลนอร์เวย์ประจำจังหวัดภูเก็ต มีนางพรพรรณ สิทธิชัยวิจิตร ดำรงตำแหน่งกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ

ปัจจุบัน คนไทยในนอร์เวย์มีจำนวนประมาณ 10,000 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิงที่แต่งงานกับชาวนอร์เวย์ ส่วนหนึ่งได้สัญชาตินอร์เวย์แล้ว มีร้านอาหารไทย จำนวน 34 ร้าน มีวัดไทย จำนวน 1 วัด และมีสมาคมคนไทยที่สำคัญ เช่น สมาคมชาวพุทธไทย สมาคมคนไทยในเขตโรกาแลนด์ (Hordaland) และสมาคมชาวพุทธไทย ทรอนด์แฮม (Trondheim) เป็นต้น

Norway-Flag-icon เศรษฐกิจ

นอร์เวย์เป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติทางพื้นดิน ป่าไม้ และทะเลอย่างมาก โดยมีอุตสาหกรรมหลัก คือ อุตสาหกรรมการประมง อุตสาหกรรมผลิตภัณท์ป่าไม้ อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ อุตสาหกรรมแร่ธาตุ จำพวกอะลูมิเนียม สังกะสี ตะกั่ว และทองแดง และอุตสาหกรรมการต่อเรือ และอุปกรณ์ด้านการเดินเรือทะเล นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังมีอุตสาหกรรมการเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติทางตอนใต้ของทะเลเหนือ รัฐบาลนอร์เวย์จึงพยายามที่จะดำเนินนโยบายที่จะให้หลักประกันต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เป็นประโยชน์มากที่สุดเพื่อผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต

นอร์เวย์เป็นรัฐสวัสดิการ ซึ่งมีนโยบายที่เน้นการนำรายได้ของรัฐมาสนับสนุนภาคบริการเพื่อเป็นหลักประกันทางสังคมแก่ประชาชนในด้านต่างๆ อาทิ การบริการรักษาพยาบาล การศึกษา การจัดระบบบำเหน็จบำนาญ และการดูแลผู้พิการและผู้สูงอายุ เป็นต้น ลักษณะสำคัญของสังคมนอร์เวย์อีกประการหนึ่ง คือ การเน้นความเท่าเทียมกันในเรื่องเพศ ซึ่งทำให้สตรีชาวนอร์เวย์ได้รับสิทธิในการทำงานและสิทธิทางด้านสังคมอื่นๆ เช่นเดียวกับบุรุษ

สำหรับความร่วมมือทางเศรษฐกิจของนอร์เวย์ในระดับภูมิภาคยุโรป นอกเหนือจากการส่งเสริมความร่วมมือในกลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic) ซึ่งประกอบด้วยเดนมาร์กฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสวีเดน แล้ว นอร์เวย์ยังเป็นสมาชิกสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association – EFTA) ซึ่งมีสมาชิกประเทศ ได้แก่ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ โดยไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ และนอร์เวย์ได้เจรจากับสหภาพยุโรป (European Union – EU) เพื่อจัดตั้งเขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area – EEA) ซึ่งมีผลตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2537

Norway-Flag-icon การคมนาคม

ทางรถไฟ

รถไฟรูปแบบทันสมัยที่ประเทศนอร์เวย์ ใช้ในการรับส่งระหว่างสนามบิน

เนื่องจากความหนาแน่นของประชากรต่ำ รูปร่างแคบและชายฝั่งที่ยาว การขนส่งสาธารณะในประเทศนอร์เวย์ได้รับการพัฒนาน้อยกว่าในหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตนอกเมือง อย่างเช่นมีประเพณีการขนส่งทางน้ำเก่าของนอร์เวย์ แต่กระทรวงคมนาคมนอร์เวย์ในปีที่ผ่านมา การขนส่งทางรถไฟ ถนน และทางอากาศดำเนินการผ่านบริษัทย่อยจำนวนมากเพื่อที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการเป็นไปได้ของการสร้างใหม่ระบบรถไฟความเร็วสูงระหว่างเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเครือข่ายรถไฟของนอร์เวย์หลักยาว 4,114 กิโลเมตร (2,556 ไมล์) ของขนาดความกว้างรางรถไฟมาตรฐาน ซึ่ง 242 กิโลเมตร (150 ไมล์) คือรางคู่และ 64 กิโลเมตร (40 ไมล์) เป็นทางรถไฟความเร็วสูง (210 กม. / ชม. ) ขณะที่ 62% เป็นไฟฟ้าที่ 15 kV 16 ⅔ AC เฮิร์ตซ์ รถไฟขนส่งผู้โดยสารได้อย่างมากที่สุด 56,827,000 คน และสินค้า 24,783,000 ตัน เครือข่ายทั้งหมดเป็นของการรถไฟบริหารนอร์เวย์แห่งชาติ ในขณะที่รถไฟด่วนสนามบินกำลังดำเนินการโดย การรถไฟนอร์เวย์ (NSB) และยังมีอีกหลายบริษัทที่ดำเนินการขนส่งสินค้าทางรถไฟ

ทางอากาศ

มีท่าอากาศยาน 97 แห่งในนอร์เวย์มีอยู่เจ็ดสนามบินมีผู้โดยสารมากกว่าหนึ่งล้านคนเป็นประจำทุกปี ท่าอากาศยานหลักของนอร์เวย์คือ ท่าอากาศยานนานาชาติออสโล

Norway-Flag-icon ประชากรศาสตร์

Norway

จำนวนประชากรนอร์เวย์มีประมาณ 4.9 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นชาวนอร์เวย์และชาวเยอรมันเหนือ ชาวซามิอาศัยอยู่ในภาคกลางและภาคเหนือของนอร์เวย์และสวีเดน เช่นเดียวกันกับทางตอนเหนือของฟินแลนด์และรัสเซียในคาบสมุทร Kola

Norway-Flag-icon การศึกษา

การศึกษาระดับอุดมศึกษาในนอร์เวย์จะมีบริการตามช่วงของ 7 มหาวิทยาลัย 5 วิทยาลัยเฉพาะ 25 วิทยาลัยมหาวิทยาลัย เช่นเดียวกันกับช่วงของวิทยาลัยเอกชน กระบวนการที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ โบโลญญาตรี 3 ปี, ปริญญาโท 2 ปี และปริญญาเอก 3 ปีนอกจากนี้ยังมีการศึกษาสาธารณะฟรีโดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ

Norway-Flag-icon วัฒนธรรม

ภาษา

ภาษานอร์เวย์ เป็นภาษาในกลุ่มเจอร์เมนิก เป็นภาษาราชการของประเทศนอร์เวย์ และมีความใกล้ชิดกับภาษาสวีเดนและเดนมาร์ก ภาษานอร์เวย์มีรูปแบบการเขียน2 แบบ คือ ภาษาบุ๊กมอล (Bokmål) (หมายถึง “ภาษาหนังสือ”) และ ภาษานีนอสก์ (Nynorsk) (หมายถึง “ภาษานอร์เวย์ใหม่”) ภาษานอร์เวย์อยู่ในอันดับที่ 108 ผู้พูด 4.7 ล้านคน ตระกูลภาษามาจากสแกนดิเนเวียตะวันออกและตะวันตก

อาหาร

ประเพณีการทำอาหารของนอร์เวย์ แสดงอิทธิพลของประเพณีการเดินเรือและการทำฟาร์มระยะเวลายาวนานกับปลาแซลมอน , ปลาคอดแฮร์ริ่ง , ปลาเทราท์และอาหารทะเลอื่น ๆ และจานถ้วยชามนอร์เวย์ดั้งเดิม เช่น lutefisk, smalahove, pinnekjøtt และ fårikål

Norway-Flag-icon การท่องเที่ยว

Norway

ชาวนอร์เวย์เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2549 มีจำนวน 101,920 คน ปี พ.ศ. 2550 จำนวน 110,076 คน ปี พ.ศ. 2551จำนวน 127,976 คน และปี พ.ศ. 2552 จำนวน 151,572 คน ซึ่งมีสัดส่วนสูงเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรนอร์เวย์ซึ่งมีจำนวน 4.8 ล้านคน ในขณะที่เมื่อปี พ.ศ. 2552 มีนักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวนอร์เวย์จำนวนประมาณ 8,000 คน

แหล่งท่องเที่ยวที่ชาวนอร์เวย์นิยม คือ แหล่งท่องเที่ยวชายทะเลของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดภูเก็ต ปัจจัยที่ ทำให้ชาวนอร์เวย์นิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไทย คือ ความสามารถสนองตอบต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวนอร์เวย์ในการท่องเที่ยวประเภทหาดทราย ชายทะเลของไทย และการที่ไทยมีค่าครองชีพที่ไม่สูง

เมื่อกลางเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 การบินไทยได้เปิดเส้นทางบินตรงไทย – นอร์เวย์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวนอร์เวย์และนักธุรกิจ ด้วยเครื่องแอร์บัส 340-500 ประกอบด้วยชั้นธุรกิจ 60 ที่นั่ง ชั้นประหยัด 42 ที่นั่ง และชั้นประหยัด 113 ที่นั่ง โดยในปัจจุบัน บินออกจากนอร์เวย์ทุกวัน ใช้เวลาบินราว 10 ชั่วโมงครึ่ง

Norway-Flag-icon ข้อมูลทั่วไป

ที่ตั้ง
ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย ซึ่งอยู่ทางเหนือของทวีปยุโรป

พื้นที่
385,364 ตร.กม.

เมืองหลวง
กรุงออสโล เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีประชากรราว 500,000 คน

สภาพทางภูมิศาสตร์
นอร์เวย์ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวียซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของยุโรป มีพื้นที่ 385,155 ตารางกิโลเมตร (ประมาณร้อยละ 60 ของประเทศไทย) นอร์เวย์มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับทะเลบาร์เร็นท์ ทิศใต้ติดกับทะเลเหนือ ทิศตะวันออกติดกับสวีเดน ฟินแลนด์ และรัสเซีย และทิศตะวันตกติดกับทะเลนอร์เวย์ พื้นที่ส่วนใหญ่ของนอร์เวย์เป็นฟยอร์ด ธารน้ำแข็ง ทะเลสาบ หุบเขา ภูเขา และหน้าผาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะ

ภูมิอากาศ
เนื่องจากนอร์เวย์ตั้งอยู่ใกล้กับเขตขั้วโลกเหนือจึงมีอากาศหนาวเย็นถึง 6 เดือน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-เมษายน ซึ่งจะมีอุณหภูมิประมาณ 0 ถึง ติดลบ 40 องศาเซลเซียส โดยอากาศในกรุงออสโลจะหนาวที่สุดในเดือนธันวาคมและมกราคม (อาจติดลบถึง 20 องศาเซลเซียส)และมีหิมะตกตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนเมษายน ในช่วงฤดูหนาวระยะเวลากลางวันจะสั้นกว่าเวลากลางคืน โดยในเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีแสงแดดเพียงวันละ 0-6 ชั่วโมงเท่านั้น ฤดูร้อนในนอร์เวย์มีระยะเวลาเพียง 3 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม โดยมีอุณหภูมิประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส ในช่วงนั้นจะมีระยะเวลากลางวันยาวนานกว่าระยะเวลากลางคืน

Norway

ประชากร
สถิติเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548 นอร์เวย์มีประชากร 4,606,363 คน แยกเป็นชาย 2,284,070 คน หญิง 2,322,293 คน กรุงออสโลเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีประชากร 529,846 คน รองลงมาได้แก่ เมือง Bergen 239,209 คน เมือง Trondhiem 156,161 คน เมือง Stavanger 113,991 คน และเมือง Baerum 104,690 คน อัตราการเพิ่มขึ้นของประชากร 0.55 ต่อปี

ภาษาและศาสนา
นอร์เวย์ใช้ภาษานอร์เวย์เป็นภาษาประจำชาติ (Bokmal และ Nynorak) คนนอร์เวย์มากกว่าร้อยละ 90 สามารถพูดอ่านเขียนภาษาอังกฤษได้ดี คนนอร์เวย์ร้อยละ 86 นับถือศาสนาคริสต์ (Church of Norway-Evangelical Lutheran)

วันชาตินอร์เวย์
วันที่ 17 พฤษภาคม

การเมืองการปกครอง
นอร์เวย์มีระบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ในฐานะ Head of state มีการแบ่งเขตปกครองเป็น 19 Countries และเขตการปกครองพิเศษ Svalbard นอกจากนี้ นอร์เวย์ยังมีรูปแบบการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบเทศบาล (Mucnipality) แต่เรียกว่า Kommune ซึ่งมี 435 Kommune ทั่วประเทศ

ระบบการเมือง
ระบบการเมืองนอร์เวย์มีรากฐานมาจากรัฐธรรมนูญปี 1814 โดยตั้งอยู่บนหลัก 3 ประการ คือ อำนาจอธิปไตยของปวงชน การแบ่งแยกอำนาจหน้าที่ และสิทธิมนุษยชน เป็นระบบรัฐสภาประกอบด้วยสมาชิก 165 คน มีการเลือกตั้งทุกๆ 4 ปีมีหน้าที่ในการออกกฎหมายต่างๆ โดยมีคณะบุคคลจำนวน 6 คน เรียกว่า Presidium นำโดยประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ในการพิจารณาบรรจุร่างกฎหมายเข้าสภาควบคุมการประชุมและอื่นๆ

เศรษฐกิจ
นอร์เวย์มีระบบเศรษฐกิจแบบเสรี สถานะทางเศรษฐกิจของนอร์เวย์มีเสถียรภาพและมั่นคง รายได้หลักของนอร์เวย์ขึ้นอยู่กับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ คิดเป็นร้อยละ 50-55 ของรายได้จาการส่งออกของนอร์เวย์ นอร์เวย์ไม่ได้เป็นสมาชิก EUแต่มีความตกลง EEA กับ EU และใช้ระเบียบกฎเกณฑ์ทางการค้าเช่นเดียวกับประเทศใน EU มีการปกป้องภาคเกษตรกรค่อนข้างสูง
เศรษฐกิจที่มั่นคงและรายได้จากน้ำมันทำให้เงินโครนนอร์เวย์มีค่าแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับเงินตราสกุลต่างๆ โดยปัจจุบัน 1 เหรียญสหรัฐเท่ากับประมาณ 6.2-6.3 โครนนอร์เวย์ หรือ 1 โครนนอร์เวย์เท่ากับประมาณ 6 บาท

Norway

ประเทศคู่ค้าสำคัญของนอร์เวย์ ได้แก่ สมาชิกสหภาพยุโรป (อังกฤษ เยอรมัน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส อิตาลีและเบลเยี่ยม) สหรัฐ แคนาดา ญี่ปุ่น จีน(รวมฮ่องกง) และไต้หวัน สินค้าออกที่สำคัญของนอร์เวย์ ได้แก่ น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เหล็ก และเหล็กกล้า อลูมิเนียม เครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่ง (รวมอุตสาหกรรมต่อเรือ) ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ เยื่อกระดาษ ผลิตภัณฑ์ประมง ส่วนสินค้านำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องจักรอุตสาหกรรม เครื่องไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์ขนส่งทางเรือ เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้าและสิ่งทอ คอมพิวเตอร์ กระดาษและอาหาร

สังคมวัฒนธรรม
นอร์เวย์เป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนและมั่นคงของมนุษยชาติ (Human security) คนนอร์เวย์จึงมีใจเปิดกว้างสำหรับคนชาติอื่น และพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสกว่า ทำให้คนต่างชาติที่ได้รับสัญชาตินอร์เวย์อยู่ประมาณร้อยละ 8 ของจำนวนประชากรทั้งหมด (จำนวน 364,981คน สถิติเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548) ส่วนมากเป็นชาวปากีสถาน ชาวเคิร์ด โซมาเลีย และเวียดนาม)

สภาพความเป็นอยู่
ค่าครองชีพ เนื่องจากนอร์เวย์เป็นประเทศที่ร่ำรวย โดยมีรายได้ประชาชาติต่อหัวเฉลี่ยสูงเป็นลำดับต้นๆ ของโลก คือประมาณ 34,000 เหรียญสหรัฐต่อคนต่อปี ทำให้ค่าครองชีพในนอร์เวย์จัดว่าสูงมากเป็นลำดับที่ 1 ในยุโรป การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ร้อยละ 25 ของราคาสินค้า และภาษีสิ่งเแวดล้อม ทำให้ค่าครองชีพในนอร์เวย์สูงกว่าประเทศไทยประมาณ 5-6 เท่า

ความเป็นอยู่ในนอร์เวย์จัดว่าสะดวก และปลอดภัย มีห้างสรรพสินค้า ร้านขายสินค้าจำนวนมากในเมือง นอกจากนี้ยังมีห้างสรรพสินค้านอกเมืองอีกหลายแห่งรวมทั้ง Supermarket ตามแหล่งชุมชนต่างๆทำให้สามารถหาซื้อสินค้าเกือบทุกชนิด/ประเภท แต่สินค้าทุกอย่างจะมีราคาแพง และโดยที่มีคนเอเชียอาศัยอยู่ในนอร์เวย์เป็นจำนวนไม่ใช่น้อย จึงมีคนไทย คนจีนและคนเวียดนาม เปิดร้านอาหารจีน ร้านอาหารไทย และร้านขายของชำที่มีส่วนประกอบและเครื่องปรุงอาหารจากเอเชียมากมายหลายชนิด ทั้งข้าว และผักสดจากเมืองไทย แต่สินค้าจะสูงกว่าในประเทศไทย อย่างน้อย 3-4 เท่า ถ้าเป็นผักผลไม้สดจะมีราคาสูงกว่าเมืองไทย 10 เท่าขึ้นไป
แหล่งบันเทิงค่อนข้างจำกัดและมีราคาแพง ความบันเทิงในบ้านจากโทรทัศน์และโรงภาพยนตร์ในนอร์เวย์ส่วนมากจะเป็นภาพยนตร์อเมริกัน โดยเปิด Sound Track และมี Norwigian Subtitle ยกเว้นภาพยนตร์การ์ตูนและรายการสำหรับเด็ก จะพากย์ภาษานอร์เวย์โดยไม่มี English Subtitle

การคมนาคม
ถนนในนอร์เวย์มีสภาพดี มีแผนที่บอกเส้นทางอยู่ทั่วไป ถนนส่วนใหญ่มีช่องทางวิ่งเล็ก และวิ่งสวนทาง (two-way traffic) แต่ก็มีความปลอดภัยสูงเพราะมีการจำกัดความเร็วรถยนต์ที่ 80-90 ก.ม./ ชั่วโมง สำหรับเขตชุมชนในเมือง ถนนหลายสายมีกล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ คนนอร์เวย์เคร่งครัดในการปฏิบัติตามกฎจราจร อุบัติเหตุบนท้องถนนจึงเกิดขึ้นน้อย ผู้ฝ่าฝืนไม่เคารพกฎจราจรจะถูกปรับในอัตราที่สูงมาก คือประมาณ 500-2,500 โครนนอร์เวย์ รถยนต์ในนอร์เวย์วิ่งด้านขวา ที่จอดรถส่วนมากต้องเสียค่าที่จอดเป็นรายชั่วโมง ราคาชม.ละ 12-20 โครนนอร์เวย์ ตั้งแต่เวลา 8.00-17.00 น. ยกเว้นวันอาทิตย์ ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ระดับ 9-12    โครนต่อลิตร ผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด หากกระทำผิดนอกจากถูกปรับแล้วยังอาจถูกยึดใบอนุญาตขับขี่รถยนต์อีกด้วย

Norway

คนไทยในนอร์เวย
์ จากสถิติของทางการนอร์เวย์เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2548 มีคนไทยอาศัยอยู่ในนอร์เวย์ 6,803 คน มีสัญชาตินอร์เวย์แล้ว 1,803 คน โดยมากกว่าร้อยละ 90 เป็นสตรีที่แต่งงานมาอาศัยกับสามีนอร์เวย์ เมืองที่มีคนไทยอาศัยอยู่มาก ได้แก่ กรุงออสโล เมือง Bergen และบริเวณรอบ และเมือง Stevanger และบริเวณรอบเมืองต่างๆ อื่นอีก เช่น เมือง Trondheim Tromso และเมือง Odda ในนอร์เวย์มีวัดไทย 1 วัด ชื่อวัดไทยนอร์เวย์ ตั้งอยู่ในเขต Frogner Kommune  ห่างจากกรุงออสโลไปประมาณ 27 กิโลเมตรโดยมีพระประจำวัดอยู่ 2 รูป

ข้อมูลอื่นๆ ทั่วไป
นอร์เวย์ใช้ไฟฟ้า 220 โวลต์ ใช้ปลั๊กตัวผู้ขากลม 2 ขา
ในออสโลมีร้านอาหารไทย 4 ร้าน
ค่าโดยสารประจำทางเริ่มที่ 20 โครน
ทางการนอร์เวย์เข้มงวดในเรื่องการนำอาหารเข้านอร์เวย์มาก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์

กฎหมายเข้าเมือง
-ผู้ที่มีหนังสือเดินทางทูตและราชการของไทยสามารถเดินทางไปนอร์เวย์ได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าและสามารถพำนักอยู่ได้เป็นระยะเวลา 90 วัน
- ส่วนผู้ที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาของไทยต้องขอวีซ่าจาก

สถานเอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย
ตั้งอยู่ที่ อาคาร UBC II ชั้น 18  เลขที่ 591 ถนนสุขุมวิท ซอย 33 กรุงเทพฯ 10110
โทร  02 204 6500 โทรสาร  02 262 0218 อีเมล์ emb.bangkok@mfa.no
เว็บไซท์  http://www.emb-norway.or.th

การขอวีซ่า
จะต้องมีหนังสือเชิญจากบุคคลหรือองค์กรในประเทศนอร์เวย์ และจะต้องมีเอกสารแสดงฐานะทางการเงินที่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาที่ผู้ขอวีซ่าพำนักอยู่ในนอร์เวย์
(วันละ 500 โครนนอร์เวย์  หรือ น้อยกว่าหากพำนักอยู่กับครอบครัวหรือเพื่อน)   หรือมีหลักประกันทางการเงินจากบุคคลที่อ้างอิง ผู้ขอวีซ่าจะต้องมีตั๋วเครื่องบินเดินทางไป-กลับ และมีประกันสุขภาพ
หากหน่วยงานของนอร์เวย์มีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าผู้ขอวีซ่าหรือผู้ที่เดินทางไปนอร์เวย์จะอยู่ในนอร์เวย์หรือประเทศในกลุ่มSchengen เกินกว่าระยะเวลาที่อนุญาตให้พำนักอยู่  บุคคลผู้นั้นก็จะไม่ได้รับอนุมัติวีซ่าหรือไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเมือง

สิ่งของที่อนุญาตให้นำติดตัวไปได้ และสิ่งของต้องห้าม
1. สิ่งของที่อนุญาตให้นำติดตัวไปได้  ได้แก่
- สุรา (มีแอลกอฮอล์ 22-60 % ) จำนวน 1 ลิตร
- เหล้าไวน์ (2.5 – 22 %)  1.5 ลิตร
- เบียร์ (2.5 – 4.7 %)  2 ลิตร
- บุหรี่ 200 มวน
- เงินสด มีมูลค่าไม่เกิน 25,000 โครนนอร์เวย์
2. สิ่งของต้องห้าม ได้แก่
- สิ่ง เสพติด ยาและสิ่งเป็นพิษ  (ยารักษาโรคสำหรับส่วนบุคคลต้องขออนุญาตก่อน)
- แอลกอฮอล์ ที่มีความเข้มข้นมากกว่า 60 %
- อาวุธยุทโธปกรณ์
- พลุ
- มันฝรั่ง
- สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
- นกและสัตว์ป่า
- พืช

Skiing in Norway

การแต่งกาย
- เนื่องจากอากาศในนอร์เวย์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา   ในช่วงฤดูร้อนอาจใส่เสื้อผ้าเนื้อบาง แต่ก็ควรมีเสื้อกันลม เสื้อกันฝน หรือร่ม ไว้ด้วย  การเดินทางในนอร์เวย์จะต้องเดินเท้าค่อนข้างมากจึงควรมีรองเท้าที่ใส่สบายไว้สำหรับเดิน
- ในฤดูหนาว อากาศหนาวเย็นมาก  ต้องมีเสื้อโค้ท ผ้าพันคอ ถุงมือ หมวก และรองเท้าที่บุกันความเย็น
- ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ มักมีฝนตก ควรมีเสื้อกันฝนและรองเท้าบู้ธ
- นอร์เวย์ฉลองวันชาติในวันที่ 17 พฤษภาคม  ประชาชนทั่วไปจะสวมใส่ชุดประจำชาติที่เรียกว่า “Bunad” คนต่างชาติก็ควรแต่งกายให้สุภาพด้วย

ศาสนา
- ประชากรส่วนใหญ่ของนอร์เวย์ประมาณ 85 %  นับถือศาสนาคริสต์นิกาย Evangelical Lutheran แต่ก็ไม่เคร่งศาสนา  มีเพียง 3 %  ที่ไปโบสถ์วันอาทิตย์  นอกจากนี้ มีคนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายอื่นๆ ได้แก่ นิกาย Baptists  นิกาย Pentecostalists  นิกาย Methodists  และนิกาย Roman Catholics
- ส่วนศาสนาอื่นที่มีผู้นับถือมากรองลงไป คือ ศาสนาอิสลาม
- สำหรับชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธ สามารถไปทำบุญไหว้พระหรือร่วมกิจกรรมทางพุทธศาสนาได้ที่ “วัดไทย-นอร์เวย์”  ตั้งอยู่ที่  Trondheimsvegen 582 ,  2016 Frogner  โทร. (47) 6382 0130 หรือ
8532 8522  โทรสาร (47) 6382 0131 หรือ 6382 5591  เว็บไซท์  www.watthainorway.com
อีเมล์ pkamonram@hotmail.com  หรือ  kamonram@online.no

อาหารการกิน
-คนนอร์เวย์ส่วนใหญ่รับประทานอาหารเช้าช่วง 07.00 –08.00 น. อาหารกลางวันช่วง 11-00-12.00น. อาหารว่างช่วง 16.00 – 17.00 น.  อาหารค่ำ ช่วง 20.00-21.00 น.
-อาหารที่จำหน่ายในนอร์เวย์จะต้องเคร่งครัดต่อกฎระเบียบเรื่องสุขลักษณะเป็นอย่างมาก จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค  คนนอร์เวย์บริโภคนม   ขนมปังสีน้ำตาล  และปลา เป็นจำนวนมาก
- ราคาอาหารที่จำหน่ายในนอร์เวย์ค่อนข้างแพง
- น้ำจากก็อกน้ำมีความสะอาดเพียงพอที่จะดื่มได้

Norway

บุหรี่และสุรา
- ห้ามสูบบุหรี่ในอาคารสาธารณะ สำนักงาน โรงแรม บาร์ ภัตตาคาร (ยกเว้นภัตตาคารกลางแจ้ง)   และรถขนส่งมวลชน    การสูบต้องออกไปสูบนอกอาคาร
- การดื่มสุรามีข้อกำหนดที่เข้มงวด ผู้ซื้อและผู้ดื่มเบียร์และไวน์ ต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป  ผู้ซื้อและผู้ดื่มสุราต้องมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ไวน์ สุรา และเบียร์ที่เข้มข้นมีจำหน่ายเฉพาะในร้าน Vinmonopolet ซึ่งเป็นร้านของรัฐบาล   ส่วนเบียร์สามารถซื้อได้ในร้านซุปเปอร์มาเก็ต ภัตตาคารที่จำหน่ายสุราต้องมี
ใบอนุญาต ห้ามดื่มสุราในสวนสาธารณะและข้างถนน และเมื่อขับรถห้ามดื่มสุราโดยเด็ดขาด

การต่อรองราคาสินค้า
- การซื้อสินค้าตามห้างร้านในประเทศนอร์เวย์ไม่มีการต่อรองราคา ต้องซื้อสินค้าตามป้ายแสดงราคา  ร้านค้าในนอร์เวย์ไม่มีส่วนลดให้กับลูกค้าประจำหรือลูกค้ารายใหญ่     (มีเพียงในตลาดขายของข้างถนนบางแห่งกับร้านขายของมือสองที่อาจลดราคาให้หากซื้อด้วยเงินสดจำนวนมาก)
- ในนอร์เวย์จะมีช่วงลดราคาสินค้า ปีละ 2 ครั้ง  คือ ช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ กับช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

Norway

การสนทนาและปฏิบัติตัวเมื่อพบกับคนท้องถิ่น
- การทักทายกับคนนอร์เวย์ใช้การจับมือ โดยมีการสบตาโดยตรงและยิ้ม  คนนอร์เวย์จะแนะนำตัวเองด้วยการเรียกนามสกุล
- คนนอร์เวย์ถือว่าทุกคนมีความเท่าเทียมกันและนิยมความสุภาพ เรียบร้อย ไม่ชอบคนที่โอ้อวดฐานะและความร่ำรวย
- การพูดคุยกับคนนอร์เวย์   คนนอร์เวย์เป็นคนที่ตรงไปตรงมาและยึดถือข้อเท็จจริงเป็นหลักไม่ใส่อารมณ์ในการพูดจาและไม่ใช้ภาษากาย
- การสร้างมิตรภาพกับคนนอร์เวย์ต้องใช้เวลา  คนนอร์เวย์จะมีเพื่อนกลุ่มเล็กแต่ค่อนข้างเหนืยวแน่นและภูมิใจในมิตรภาพที่เต็มไปด้วยความซื่อตรงและจริงใจ

มารยาทในการรับเชิญไปร่วมรับประทานอาหาร
- หากคนนอร์เวย์เชิญท่านไปรับประทานอาหารที่บ้าน ควรนำดอกไม้ ช็อคโกแลต ขนมไวน์หรือสุราต่างประเทศไปเป็นของกำนัลด้วยผู้ที่รับของขวัญจะเปิดของขวัญเมื่อได้รับทันที
- คนนอร์เวย์เป็นคนที่ตรงต่อเวลาทั้งในการทำงานและในงานสังคม จึงควรไปให้ตรงเวลาตามนัดหมาย
- ผู้รับเชิญสามารถแสดงน้ำใจที่จะช่วยตระเตรียมข้าวของหรือช่วยเก็บข้าวของเมื่อ
รับประทานอาหารเสร็จ  เพราะคนนอร์เวย์ไม่มีคนรับใช้  ต้องทำงานบ้านด้วยตนเอง
- การรับประทานอาหารเป็นแบบตะวันตกใช้ส้อมและมีดเป็นหลัก ใช้ช้อนสำหรับ
อาหารที่เป็นน้ำใช้มือค่อนข้างน้อย
- ระหว่างรับประทานอาหารไม่ควรคุยเรื่องธุรกิจ  คนนอร์เวย์แยกธุรกิจกับชีวิตส่วนตัว
- เมื่อรับเชิญจากฝ่ายนอร์เวย์แล้ว ควรเป็นเจ้าภาพเชิญฝ่ายนอร์เวย์ด้วยเป็นการตอบแทน

 Norway

มารยาททางธุรกิจ
- การเจรจาธุรกิจในนอร์เวย์เป็นลักษณะที่ไม่เป็นทางการและมีการติดต่อสื่อสารกันโดยตรง แต่มีความจำเป็นต้องนัดหมายกันล่วงหน้าเป็นเวลานาน  ไม่ควรกำหนดการพบปะเจรจาในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงของการหยุดพักร้อน ตลอดจนช่วง 2 สัปดาห์ก่อนและหลังวันคริสต์มาส และช่วง 1 สัปดาห์ก่อนและหลังวันอีสเตอร์
- ควรส่งหัวข้อการเจรจาไปให้ฝ่ายนอร์เวย์ล่วงหน้าเพื่อการเตรียมตัว
- วันนัดหมายควรไปตรงเวลา  การเจรจาควรพูดตรงประเด็น  ไม่พูดเยิ่นเย้อ คนนอร์เวย์ชอบเจรจาธุรกิจอย่างรวดเร็ว ใช้เวลาน้อย   และจะไม่ขัดจังหวะเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งพูด จะถามคำถามต่อเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งพูดจบแล้ว

หากท่านจะอยู่อาศัยในประเทศนอร์เวย์
เป็นระยะเวลานาน โปรดแจ้งชื่อ และที่อยู่
ต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อประโยชน์ในการติดต่อ
หรือให้ความช่วยเหลือในกรณีจำเป็น

 

ปิดการแสดงความเห็น