ข้อมูลท่องเที่ยว ลี่เจียง

China-Flag-icon ลี่เจียง

Lijiang

ลี่เจียง (Lijiang) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของยูนนาน ใน ประเทศจีน โดยอยู่เหนือเมืองต้าลี่มีย่านเมืองเก่าลี่เจียงที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า เมืองเก่าต้าเหยียน มีจำนวนประชากรราว 1,100,000 คน ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวน่าซี ถูกตั้งเป็นเขตการปกครองแบบผสม โดยมีทั้งส่วนที่เป็นเขตเมืองและเขตชนบท

เมืองลื่เจียง มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี ในอดีตเป็น ตลาดค้าขายสินค้าหลักที่สำคัญ บนเส้นทางสาย Tea Horse ซึ่งหมายถึง Chinese Tea & Tibetian horse ซึ่งนำใบชาจีนบรรทุกบนหลังม้าธิเบต เพื่อนำไปขายยังดินแดนธิเบต ลี่เจียง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก จากการเกิดแผ่นดินไหวใหญ่  ในเดือนกุมภาพันธ์ 2539 ซึ่งทำให้เมืองถูกทำลายเป็นพื้นที่ถึงหนึ่งในสาม หลังจากความช่วยเหลือหลั่งไหลมาสู่เมืองลี่เจียง จึงทำให้หลาย ๆ คนรู้จัก ลี่เจียงและด้วยความงดงามของ ธรรมชาติ รวมทั้งศิลปะ วัฒนะธรรม ไม่ว่าจะเป็นตัวเมืองโบราณต้าเหยียนที่มีอายุกว่า 800 ปี สายน้ำใสบริสุทธิ์ 3 สายที่ไหลผ่านเมือง และอาคารบ้านเรือนโบราณอายุนับร้อย ๆ ปี หรือวิถีชีวิตผู้คนยังคงดำเนินไปเหมือนเช่นอดีต จนได้รับการขนานนามว่า เวนิสแห่งตะวันออก และได้รับการเชิดชูจาก UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลก ในปี 2540

โดยเฉพาะ วัฒนธรรมตงปา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมหลักของชาวน่าซี ซึ่งเป็นชนเผ่าหลักของเมืองลี่เจียงนั้น มีสเน่ห์และน่าสนใจยิ่ง ตัวอักษรตงปา ซึ่งมีลักษณะเป็นรูปวาด เช่นเดียวกันกับอักษรเฮียโรกริฟฟิก ของอียิปต์โบราณนั้น กลายเป็นที่สนใจและเป็นอีกหนึ่งในสัญญลักษณ์ของเมืองลี่เจียง

China-Flag-icon สถานที่ท่องเที่ยวใน ลี่เจียง

เมืองโบราณลี่เจียง (Ancient Town of Dayanzhen) 

Lijiang
เมืองโบราณลี่เจียง เป็นเมืองของชนกลุ่มน้อยและวัฒนธรรมที่ล้ำค่ายิ่ง ตั้งอยู่ส่วนกลางของเขตปกครองตนเองหน่าซี มณฑลยูนนาน บนที่ราบสูง เหนือระดับน้ำทะเล 2400 เมตร (7874 ฟุต) ล้อมรอบด้วยเทือกเขาสิงโต ในฝั่งตะวันตก ช้าง และ ทอง ในทางเหนือ และทุ่งหญ้าใหญ่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ รวมถึง ลำธารใสที่ไหลผ่านกลางเมือง ครอบคลุมพื้นที่ 3.8 ตร.กม สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่ง และช่วงต้นของราชวงศ์หยวน และ มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี นับตั้งแต่กุบไลข่านผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิคนแรกของราชวงศ์หยวนได้ตั้งให้ลี่เจียงเป็นราชธานีแห่งแรกในยุคของเขา ลี่เจียงเติบโตเร็วมาก และได้กลายเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม การศึกษา ในพื้นที่ดินแดนแห่งนี้ การละเล่น เป็นบทบาทสำคัญในกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างชาวยูนนาน จีนแผ่นดินใหญ่ ทิเบต อินเดีย และ ประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศในเอเชีย ร้านรวงต่างๆตามถนนนั้นสะท้อนให้เห็นความหลากหลายของวัฒนธรรมอันล้ำค่าและสีสัน แฟนซี งานฝีมือต่างๆ

Lijiang

ลักษณะของเมืองมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่น กล่าวคือ เป็นเมืองที่ไม่มีกำแพงล้อมรอบ อันสืบเนื่องมาจากแนวคิดของ ตระกูลมู่ ซึ่งเป็นชนดั้งเดิม ที่ไม่ต้องการให้พวกตนและชาวเมืองอยู่อย่างเยี่ยงหนูที่ต้องคอยระแวดระวังกับดักเมื่อออกจากรู ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของลี่เจียง นั่นคือ เมืองที่ไร้กำแพง ด้วยการผสมผสานของกลุ่มชนหลากเชื้อชาติและการเติบโตของชนกลุ่มหน่าซี ตึกรามบ้านช่องได้รวมเอาส่วนที่ดี่ที่สุดของสถาปัตยกรรมฮั่น ไป๋ และ ทิเบต รวมกันเป็น ลักษณะพิเศษในแบบของ หน่าซี โครงร่างของเมืองเป็นแบบยืดหยุ่น บ้านจะติดๆกัน และประกอบกัน ถนน ก็จะแคบๆ ชาวหน่าซี จะยอมเสียเวลาไปกับการตกแต่งบ้านเรือนกันอย่างมาก บ้านหลังใหญ่ๆ มัก ตกแต่งด้วยสวน แต่ะละสวนจะตกแต่งเป็นรูปร่างคน และ สัตว์ ประตู หน้าต่าง ตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับสวยงาม ชาวเมืองโบราณดำรงชีวิตได้ด้วยน้ำ ซึ่งเป็นดั่งเส้นเลือด น้ำจากสระน้ำมังกรดำเป็นแหล่งน้ำหลักที่ไหลแตกแขนงไปเป็นลำธารเล็กๆ ไปยังทุกๆบ้านภายในเมืองและทุกๆถนนจะมีต้นวิวโลว์ปลูกเรียงราย และ มีสะพานหลายลักษณะ กว่า 350 ชนิด ทอดภายในตัวเมืองเล็กๆนี้ บ้างก็สร้างในสมัยราชวงศ์หมิง และ ชิง การจัดระบบการใช้น้ำของชาวพื้นเมือง แบ่งเป็นทุกๆ 3 เดือน ดังนี้ เดือนแรกเป็นน้ำที่ดื่มได้ เดือนที่สองเป็นน้ำสำหรับล้างผัก ผลไม้ และเดือนสุดท้ายเป็นน้ำใช้สำหรับซักผ้า สายน้ำเหล่านี้ มิได้ใช้เพียงหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คน หากแต่ยังเป็นความงามของเมืองจนได้รับยกย่องเป็นเมืองเวนิซตะวันออก และ ซูโจวในที่ราบสูงในวันที่ 3 ธันวาคม 1997 เมืองโบราณแห่งนี้ได้ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม โดยองค์การยูเนสโก

สระน้ำมังกรดำ (ฺBlack Dragon Pool Park) 

Black Dragon Pool Park
สระน้ำ”มังกรดำ”หรือ”เฮยหลงถัน”ที่อยู่ทางภาคเหนือเป็นแหล่งน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงเมืองเก่าแห่งนี้ น้ำที่ไหลออกจากสระน้ำมังกรดำเลี้ยวลดคดเคี้ยวและวกไปวนมาจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้และแบ่งเป็นสายธารเล็กๆจำนวนมากในบริเวณ เมืองเก่าแห่งนี้ บ้างก็ไหลล้อมตามบ้านเรือน บ้างเลี้ยวลดคดเคี้ยวไป ตามถนนหนทาง ก่อให้เกิดเป็นภาพถนนสายสำคัญที่อยู่ริมฝั่งน้ำ ตรอกเล็กซอยน้อยริมธาร และตึกรามบ้านช่องที่ตั้งอยู่ริมน้ำ

ภูเขาหิมะมังกรหยก (Jade Dragon snow mountain)

Jade Dragon snow mountain
ตั้งอยู่ระหว่างลองจิจูดที่ 100 องศา 4 ลิปดา – 100 องศา 16 ลิปดา ตะวันออก และละติจูดที่ 27 องศา 3 ลิปดา – 27 องศา 40 ลิปดา เหนือ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งธารน้ำแข็งขั้วโลกเหนือ ประกอบด้วย ยอดเขา 13 ยอด หนึ่ง ใน 13 ยอด เขา คือ ยอดเขา ซานจือโตว เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ด้วยความสูงถึง 5600 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูเขาหิมะมังกรหยก ทอดตัวยาว ถึง 35 กม. และ กว้าง 20 กม. หากมองจากเมืองโบราณลี่เจียง ในทางทิศใต้ ในระยะห่าง 15 กม. จะเห็น หิมะปกคลุม และ หมอก คล้ายกับ มังกรหยกนอนราบในเมฆ จึงได้ชื่อว่า ภูเขาหิมะมังกรหยก นั่นเอง

ที่ราบหยุนซาน ( Yunshan Plateau) 

Yunshan Plateau
ที่ราบหยุนซาน หรือ เรียกได้อีกชื่อว่า หุบเขาวิเศษ เป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังป่า ซึ่งอยู่บริเวณตีนภูเขาหิมะมังกรหยก และล้อมรอบด้วยสนสูงตระหง่าน ที่ราบแห่งนี้อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,000 เมตร ทุกๆปีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ท้องทุ่งจะเต็มไปด้วยต้นหญ้าเขียวชอุ่ม และสีสันของดอกไม้ ในช่วงฤดูใบไม่ร่วงใบไม้ก็จะเปลี่ยนเป็นสีส้ม ในฤดูหนาว ที่ราบแห่งนี้จะถูกปกคลุม ด้วยหิมะ ที่ราบแห่งนี้เกี่ยวข้องกับ ชนกลุ่มน้อย หน่าซี ในการเป็นดังทางเข้าสู่สวรรค์ของพวกเขา เป็นสถานที่ๆ คนจะรัก และ มีอิสระร่วมกัน ตำนานเล่าว่า การตายเพื่อคนรักเกิดขึ้นที่นี่เป็นแห่งแรก เนื่องจากในอดีตนั้น จะมีคู่รัก ที่ถูกกีดกัน มาตายด้วยกันที่นี่ ซึ่งตำนานดังกล่าวได้สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น และดึงดูดให้คู่รัก ได้มาใช้เวลาโรแมนติคร่วมกัน ท่านจะได้เห็นเด็กสาวสวมชุดหลากสีสันออกมาเต้นรำบนที่ราบหรือ ในป่า เด็กสาวเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยหน่าซี และ ยี่

วัดอวี้เฟิง(Yufeng Temple) 

Yufeng Temple
ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของตีนเขาหิมะมังกรหยก  ห่างจากตัวเมืองโบราณลี่เจียงไปทางเหนือ ประมาณ 13 กม. เป็นวัดหนึ่งของนิกายลามะในลี่เจียง สร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1756 ช่วงสมัยเฉียงหลงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ชิง วัดนี้เคยมีสนามล้อมรอบอยู่ 9 แห่ง แต่ ที่ยังเหลือ อยู่ในปัจจุบัน คือ สนามที่ทางเข้า อาคารหลังหลัก ของวัด บรรยากาศล้อมรอบวัดเป็นสิ่งวิเศษสุดที่พระเจ้าประทานให้ ทั้งภูเขาหิมะ และ ทุ่งหญ้ากว้าง ป่าใหญ่และ แม่น้ำที่ไม่มีวันเหือดแห้งวัดแห่งนี้เป็นสถานที่ผสมผสาน เอาสถาปัตยกรรมของพุทธศาสนาฮั่น ทิเบต และ หน่าซี ต้งป๋า สืบเนื่องจากการหลอมรวมของชนกลุ่มน้อยๆต่างๆ ที่อยู่ต่างๆพื้นที่ในสมัยราชวงศ์ชิงทำให้วัฒนธรรมหน่าซีรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ววัดหยูเฟิง  เป็นประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์ของความสงบสุข  ของคนต่างวัฒนธรรม และ ศาสนา ของชาวหน่าซีได้เป็นอย่างดี

ทะเลสาบหลู่กู๋(Lugu Lake)

Lugu Lakeอยู่ห่างจากตัวเมืองลี่เจียง ประมาณ 200 กม. ระหว่างบริเวณพรมแดนเมืองหนิงหลาง มณฑลยูนนาน และเมืองหยางหยวน มณฑลเสฉวน ทะเลสาบแห่งสวยงามราวกับไข่มุกที่สะท้อนแสงท่านกลางขุนเขาของที่ราบสูงทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือในมณฑลยูนนาน รูปร่างของทะเลสาบแห่งนี้ เป็นแบบเกือกม้า ทอดตัวยาวจากทางเหนือลงทางใต้ และแคบจากทางตะวันออกถึงตะวันตก ทิวทัศน์ของทะเลสาบเปลี่ยนแปลงตลอดทั้งวันช่วงเช้า จะมีสายหมอกและแสงแดดสะท้อน ทำให้ทะเลสาบเป็นส้มสะท้อน เมื่อ แสงของอาทิตย์สาดส่องไปยังขุนเขาจะทำให้น้ำในทะเลสาบกลายเป็นสีมรกต และ มืดครึ้มลงในยามเย็น เมื่ออาทิตย์ลับขอบฟ้า จะนำมาซึ่งความสงบเมื่อเวลาค่ำมาเยือน ในทะเลสาบมีเกาะอยู่5เกาะขนาดแตกต่างกัน ราวกับ เรือสีเขียวลอยอยู่เหนือผิวน้ำ ประกอบด้วย เกาะเฮยหว่าอู เกาะหลีอู๋ปี้ หลี่เก๋อ และหนีซี่ ซึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กสุด เป็นก้อนหินทรงสี่เหลี่ยมซึ่งมีต้นไม้เล็กๆและมอสขึ้นอยู่

โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง (First Bend of the Yangtze River)

First Bend of the Yangtze River
แม่น้ำแยงซีเกียง เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำของประเทศจีน เป็นลำน้ำสายใหญ่ที่ไหลลงสู่ตอนกลางของประเทศจีน เป็นหนึ่ง 3 ที่ยาวที่สุดในโลก เริ่มจากที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต กระแสคลื่นแรงของแม่น้ำแยงซีเกียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนไปบรรจบที่ช่องเขาเหิงต้วน ซึ่งอยู่ห่างเมืองลี่เจียงประมาณ 44 ไมล์ นับเป็นลักษณะภูมิศาสตร์ที่ไม่ปกติ เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดโค้งเป็นรูป ตัว V และ ไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นี่เป็นการหมุนกลับที่ผิดแผกจากธรรมชาติ ในพิเศษของภูมิประเทศดังกล่าวทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม อย่างเช่น แม่น้ำกว้างและ ไหลเอื่อย ต้นวิวโลว์ ขึ้นสองข้างฝั่งแม่น้ำ ทำให้ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ เขียวชอุ่ม พืชผลอุดมสมบูรณ์ เขาสูงชั้น ที่ผุดขึ้น และแตะขอบฟ้า ทำให้ภาพรวมของภูมประเทศแห่งนี้ดูน่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก นี้คือโค้งแรกของแม่น้ำแยงซีเกียง ภูมิประเทศที่แปลกประหลาดที่มีชื่อเสียงของโลก

ช่องแคบเสือกระโจน (Tiger Leaping Gorge )

Tiger-Leaping-Gorge
อยู่ห่างจากเมืองโบราณลี่เจียงไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 100 กม. วางตัวระหว่าง ภูเขาหิมะมังกรหยก (เย่อหลง ซื่อซาน) และ ภูเขาหิมะฮาป๋า เป็นช่องแคบที่เชื่อว่าลึกที่สุดในโลก สามารถลึกลงไปถึง 200 เมตร ลักษณะธรรมชาติเช่นนี้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก คือส่วนที่แคบที่สุดเป็นปากแม่น้ำจิ่งซา ตอนกลางของปากแม่น้ำ คือ ก้อนหินขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุด มีความกว้างเพียง 30 เมตรเท่านั้น เล่ากันว่า อดีตนั้นมีเสือตัวหนึ่งได้ใช้ก้อนหินนี้เป็นช่วง รอยต่อจากช่องแคบหนึ่งไปอีกช่องแคบหนึ่ง จึงเป็น ที่มาของชื่อ ช่องแคบเสือกระโจน นั่นเอง

 

ปิดการแสดงความเห็น