ข้อมูลท่องเที่ยว ญี่ปุ่น

Japan's Flagญี่ปุ่น (Japan)

ญี่ปุ่นเป็นประเทศหมู่เกาะ ซึ่งประกอบไปด้วยเกาะต่าง ๆ กว่า 6,800 เกาะ เรียงรายเป็นแนวยาวจากด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ของมหาสมุทรแปซิฟิก และตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของโลก จึงเป็นที่มาของชื่อ “ดินแดนอาทิตย์อุทัย” หมายถึงถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน ด้วยญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,873 ตารางกิโลเมตร ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นขนาดอันดับที่ 62 ของโลก และประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ

Japan's Mapเกาะที่ใหญ่ที่สุด  คือ เกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะฮอนชูซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด ยังแบ่งเป็น 5 ภาค เรียงจากเหนือลงมาคือ โทโฮะกุ คันโต จูบุ คิงคิ และจูโงกุ มีจังหวัดต่าง ๆ ทั้งหมด 47 จังหวัด (Prefecture) แบ่งเป็นเมืองต่าง ๆ รวมทั้งหมดมากกว่า 650 เมือง โดยมีโตเกียวเป็นเมืองหลวงของประเทศมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2411

ด้วยการที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นกลุ่มเกาะ จึงทำให้ภูมิประเทศติดกับทะเลและไม่ติดกับประเทศใดเลย อีกทั้งพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศยังเป็นหมู่เกาะภูเขา (จำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่น “ภูเขาไฟฟูจิ” ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ) ทำให้ไม่สามารถอาศัยหรือทำการเพาะปลูกได้ นอกจากนั้นญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นดินไหวมากกว่าทุกๆ ประเทศในโลก เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะประเทศญี่ปุ่นมีสภาพภูมิศาสตร์ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกซึ่งมีรอยเลื่อนต่างๆ มากมาย

ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือมากกว่า 128 ล้านคน ก่อนหน้าที่ญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์กับจีน ก็ได้เรียกตัวเองว่า “ยะมะโตะ” ส่วน “วา” เป็นชื่อที่ชาวจีนยุคแรกใช้เรียกญี่ปุ่นในช่วงยุคสามก๊ก

ส่วนประเทศไทยจะออกเสียงประเทศญี่ปุ่นว่า “ญี่ปุ่น” ภาษาอังกฤษ คือคำว่า “เจแปน” ส่วนภาษาจีนจะออกเสียงว่า “ริเบน” แต่สำหรับคนญี่ปุ่นนั้นคำว่า にほん(นิฮง) จะออกเสียงเป็น にっぽん(นิปปอน) คือการออกเสียงที่ถูกต้อง แต่เราจะออกเสียงว่า にほん(นิฮง) หรือ にっぽん(นิปปอน) ก็ได้เหมือนกันทั้งสองแบบ ซึ่งมีความหมายว่า ประเทศทางตะวันออก ตัวคันจิจะเขียนว่า 日本

weatherสภาพภูมิอากาศ

มี 4 ฤดูหลัก ที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ

  • ฤดูใบไม้ผลิ : (มีนาคม-พฤษภาคม) อากาศอบอุ่น อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 13-25 องศาเซลเซียส
  • ฤดูร้อน : (มิถุนายน-สิงหาคม) อากาศร้อนชื้นโดยมีช่วงฤดูฝนสั้ ๆ ประมาณ 1 เดือน ในช่วงต้นฤดู อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 30-35 องศาเซลเซียส
  • ฤดูใบไม้ร่วง : (กันยายน-พฤศจิกายน) อากาศอบอุ่น โดยมีพายุไต้ฝุ่นมากในช่วงเดือนกันยายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 22-27 องศาเซลเซียส
  • ฤดูหนาว : (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) อากาศหนาว มีหิมะตกมากทางภาคเหนือของประเทศและฝั่งทะเลญี่ปุ่น ส่วนทางใต้และฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจะอบอุ่นกว่า อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 05-07 องศาเซลเซียส

ฤดูใบไม้ผลิ(はるเป็นฤดูซึ่งเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาโดยมีสัญลักษณ์ คือ การบานเป็นสีชมพูอ่อนของดอกซากุระบนกิ่งต้นซากุระและการบานของดอกอะซาเลียในทุ่งและเนินเขา ทิวทัศน์สีเขียวอันงดงามทั่วเนินเขาช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมเสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในประเทศญี่ปุ่นมีอากาศที่สบาย น่าอยู่อาศัย ต้นไม้เริ่มผลิดอกออกใบ ในช่วงปลายฤดูใบไม้ผลิมีดอกซากุระบานสะพรั่ง ไล่จากคิวชูไปจนถึงฮอกไกโดเป็นที่สุดท้าย

ฤดูร้อน (なつ) เมื่อฤดูฝนจบสิ้นลงและฤดูร้อนมาถึง ทิวทัศน์ประเทศญี่ปุ่นจะปกคลุมไปด้วยแสงสว่างสดใส ชายหาด แม่น้ำและพื้นที่ริมน้ำอื่นๆ จะอึกทึกไปด้วยผู้คนซึ่งหลบร้อนไปหาอากาศเย็น และก็มีผู้คนจำนวนมากไปเที่ยวเนินเขาและทุ่ง ซึ่งปกคลุมไปด้วยโทนสีเขียวสดใส ฤดูกาลนี้ยังสามารถเพลิดเพลินกับดอกไม้ไฟอันสวยงามในท้องฟ้ายามค่ำคืนและการเต้นรำโบงโอโคริอีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วง (あきใบไม้เปลี่ยนสีและหมู่เกาะญี่ปุ่นจากเหนือจรดใต้จะถูกปกคลุมด้วยสีของธัญพืชที่สุกงอมรอการเก็บเกี่ยวอากาศอันเย็นสบายของฤดูใบไม้ร่วงเหมาะสมสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การเดินเขา งานกีฬาสี เทศกาลเจ็ด-ห้า-สาม และกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งถูกจัดช่วงนี้ช่วยเน้นย้ำถึงธรรมชาติอันสมบูรณ์และประเพณีของญี่ปุ่น

ฤดูหนาว (ふゆ) ดอกไม้และสัตว์จะจำศีลในช่วงอากาศที่หนาวจัด แต่ในฤดูกาลนี้ธรรมชาติก็ได้สร้างทิวทัศน์อันสวยงามซึ่งไม่สามารถที่จะหาดูได้ในฤดูกาลอื่น และในฤดูกาลนี้ยังเต็มไปด้วยการเพลิดเพลินกับอาหารจานร้อนหลากหลายชนิด , น้ำพุร้อน , สกี และการฉลองวันขึ้นปีใหม่อีกด้วย

  • ช่วงที่มีฝนตกมากที่สุดอยู่ในเดือนมิถุนายน ไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม
  • ช่วงที่มีพายุไต้ฝุ่นจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคม – กันยายน
  • ช่วงที่ร้อนที่สุดคือเดือนสิงหาคม

ประเทศญี่ปุ่นสามารถแบ่งเขตของภูมิอากาศได้ 6 เขต คือ

  • ฮอกไกโด : เหนือสุดของประเทศ มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
  • ทะเลญี่ปุ่น : ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางฝากตะวันตกของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวมีหิมะตกมาก และในข่วงฤดูร้อน อากาศจะเย็นกว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
  • ที่สูงตอนกลาง : อุณหภูมิระหว่างฤดูและกลางวันกลางคืนมีความแตกต่างมาก
  • ทะเลเซะโตะ : มีอากาศชื้นตลอดทั้งปี
  • ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก : ตั้งอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรทางตะวันออกของประเทศ ในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวเย็นแต่ไม่ค่อยมีหิมะตก ในฤดูร้อนมีอากาศร้อนและชื้น
  • หมู่เกาะตะวันตกเฉียงใต้ : หมู่เกาะริวกิวมีอุณหภูมิกึ่งเขตร้อน คือ อุ่นในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน มีฝนตกมากและมีไต้ฝุ่นผ่านมาในช่วงเปลี่ยนฤดู ฤดูฝนหลักเริ่มต้นขึ้นในต้นเดือนพฤษภาคมที่โอะกินะวะ และจึงค่อยๆไต่ขึ้นไปจนถึงฮอกไกโดในปลายเดือนกรกฎาคม บนเกาะฮอนชูฤดูฝนจะเริ่มในกลางเดือนของเดือนมิถุนายน มีระยะเวลาประมาณเดือนครึ่ง ส่วนอีกช่วงที่มีฝนตกคือช่วงเปลี่ยนฤดูระหว่างฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง

clockเวลา

ประเทศญี่ปุ่นเวลาเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง

langภาษา

ประชากรญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ภาษาญี่ปุ่นเป็นภาษาหลัก ส่วนภาษาอังกฤษตามสถานที่สำคัญ เช่น โรงแรม, สนามบิน, สถานที่ท่องเที่ยว หรือ ตาม เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลท่องเที่ยวสามารถพูดภาษาอังกฤษได้

moneyเงินตรา

เยน (ญี่ปุ่น : 円 , สัญลักษณ์ ¥) เป็นสกุลเงินของประเทศญี่ปุ่น โดยมีการใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยนิยมเก็บเป็นเงินสำรอง รองลงมาจากดอลลาร์สหรัฐและเงินยูโร คำว่าเยน ภาษาญี่ปุ่นจะอ่านออกเสียงว่า เอน อย่างไรก็ตามการอ่านออกเสียง เยน ถือเป็นชื่อมาตรฐานใช้กันทั่วโลก

สัญลักษณ์ลาตินคือ ¥ ในขณะที่คนญี่ปุ่นจะนิยมเขียนเป็นตัวอักษรคันจิว่า 円 เงินเหรียญที่ใช้มีตั้งแต่ 1, 5 , 10 , 50 , 100 และ 500 เยนตามลำดับ ธนบัตรมีตั้งแต่ 1,000 , 2,000 , 5,000 และ 10,000 เยน กฎหมายญี่ปุ่นระบุมิให้ร้านค้า ภัตตาคาร พาหนะขนส่งมวลชนสาธารณะ ธุรกิจบริการและพ่อค้า รับเงินสกุลต่างประเทศ ซึ่งคุณสามารถแลกเงินเยน ได้ที่ธนาคาร และสถานที่รับแลกเปลี่ยนเงินตรา รวมทั้งผู้รับแลกเปลี่ยนซึ่งได้รับอนุญาตจากทางการ โดยคุณต้องนำพาสปอร์ตไปแสดงในการแลกเงินนี้ด้วย ในเมืองใหญ่ๆ เช่นโตเกียว โอซาก้า เกียวโต จะรับบัตรเครดิตของสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น อเมริกันเอ็กซ์เพรส ไดเนอร์สคลับ มาสเตอร์การ์ด และวีซ่า โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มสำหรับการใช้บัตร โดยร้านค้าและภัตตาคารที่ยอมรับบัตรเครดิต จะติดสติ๊กเกอร์บัตรเครดิตที่ยอมรับไว้หน้าร้าน

Japan's Moneyธนบัตร ประกอบด้วย ธนบัตรใบละ 1,000 2,000 , 5,0000 , 10,000 เยน

เงินเหรียญ ประกอบด้วย 1 , 5 , 10 , 50 , 100 , 500 เยน

p-plugระบบไฟฟ้า

ญี่ปุ่นใช้กระแสไฟฟ้า แบบ 110 V.  ปลั๊กเสียบขาแบน 2 ขา (แต่ที่ประเทศไทยเป็นแบบ 220V, 50Hz ฉะนั้นต้องระวัง!)  ฉะนั้นท่านที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น กล้องวิดิโอ โทรศัพท์เคลื่อนที่ เครื่องเป่าผม ควรมีปลั๊กแบบใช้ได้ทั่วโลก (Universal Adaptor) ติดตัวไปด้วย เพื่อความสะดวกของท่านกรุณาเตรียม ฟิล์มถ่ายรูป, แบตเตอร์รี่ ไปให้เพียงพอจากประเทศไทย

618-1ตัวอย่างปลั๊กไฟในญี่ปุ่น

cameraฟิลม์และกล้องถ่ายรูป

ควรเตรียมไปให้เพียงพอโดยเฉพาะฟิล์มเพราะที่ต่างประเทศราคาจะสูงมากโดยเฉพาะ ตามสถานที่ท่องเที่ยว และควรเตรียมถ่านใส่กล้องถ่ายรูปไปด้วยเพราะอากาศเย็นถ่านจะเสื่อมสภาพเร็ว

mobileการใช้โทรศัพท์

บัตรโทรศัพท์มีขายทั่วไปตามเคาน์เตอร์โรงแรม, ซุปเปอร์มาร์เก็ต และสถานที่ท่องเที่ยว ราคาเริ่ม 1,000 เยน

วิธีโทรกลับประเทศไทย

  • กรุงเทพฯ : กด 001-010-662 ตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์เจ็ดหลัก
  • ต่างจังหวัด : กด 001-010-66 ตามด้วยรหัสเมืองโดยตัดศูนย์ออก-หมายเลขโทรศัพท์หกหลัก
  • โทรภายในญี่ปุ่น : กด รหัสเมือง / มือถือ ตามด้วยหมายเลขโทรศัพท์

สิ่งที่ควรทราบ        : เหตุฉุกเฉินติดต่อหมายเลข ตำรวจหมายเลข 110 / ดับเพลิง, รถพยาบาล 119 หน่วยงานตำรวจให้ข่าวสารภาษาอังกฤษทั่วไป 3501-0110 / แจ้งของหาย-รับของหายคืน 03-3814-4151 ในกรณีฉุกเฉิน ท่านใช้โทรศัพท์โดยไม่ต้องหยอดเหรียญ 10 เยน ที่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เพียงแต่กดปุ่มสีแดงที่เครื่องโทรศัพท์ก่อนหมุนเรียก, หากท่านต้องการแพทย์หรือปฐมพยาบาล โปรดติดต่อโรงแรมที่เคาน์เตอร์รับแขกด้านหน้า

money-tipการให้ทิป

การให้ทิปในต่างประเทศถือเป็นเรื่องสำคัญ และมารยาทของนักท่องเที่ยวควรให้ทิปสำหรับคนที่ให้บริการท่าน อาทิคนขับรถ / ไกด์ท้องถิ่น ที่คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านระหว่างการเดินทาง

foodอาหารการกิน

อาหารญี่ปุ่นเป็นที่นิยมและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในด้านความสดอร่อย และความสวยงามในการตกแต่ง รวมทั้งความหลากหลาย อาหารที่เป็นที่นิยมของที่นี่ ได้แก่ โอโคโนมิยากิ หรือ พิซซ่าญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดชิมเมื่อมาเยือนฮิโรชิมา รวมทั้งร้านราเมนต่างๆ ที่เปิดจนดึกดื่น และหอยนางรมที่ขึ้นชื่อมานานนับศตวรรษ โดยสามารถหารับประทานได้เฉพาะช่วงฤดูหนาว

shoppingรายการช้อปปิ้ง

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์, กล้องถ่ายรูป, แว่นตา, นาฬิกา, เครื่องสำอาง, ชาเขียว, ชุดยูคาตะ เป็นต้น

placeสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

  • พระราชวังอิมพีเรียล
  • อาซากุสะ (Asakusa)
  • ชินจูกุ (Shin-juku)
  • กินซ่า (Ginza)
  • ชิบุยะ (Shibuya)
  • ฮาราจูกุ (Harajuku)
  • Rainbow Bridge
  • Tokyo Disneyland
  • ภูเขาไฟฟูจิ

calendarเทศกาลสำคัญ

เทศกาลปีใหม่ : เมื่อถึงเทศกาลปีใหม่ชาวญี่ปุ่นจะรับประทานโมจิ หรือซุปโมจิ และจะไปไหว้พระขอพรที่วัด หลังจากนั้นก็จะนำต้นไม้ชื่อมัทซึ มาวางไว้ที่หน้าบ้านเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว และประดับด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หมายถึงความซื่อตรง ซื่อสัตย์ เหมือนลำไผ่ และความอ่อนน้อมแต่แข็งแรงเหมือนต้นไผ่ซึ่งทนทานต่อสภาพอากาศ

เทศกาลเซ็ตสึบุน : ชาวญี่ปุ่นจะนำถั่วแดงโปรยในบ้านและบริเวณนอกบ้านเพื่อไล่สิ่งไม่ดีออกจากบ้าน และให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในบ้าน หลังจากนั้นก็จะรับประทานเมล็ดถั่วแดงจำนวนเท่ากับอายุของตนเอง เพราะเชื่อว่ารับประทานแล้วจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรง

เทศกาลวันเด็กผู้หญิง หรือ “ฮินะมัทสึริ” : บ้านที่มีบุตรสาวจะนำตุ๊กตามาตั้งไว้ในบ้านเพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความสุข

เทศกาลวันเด็กผู้ชาย : คือวันที่ 5 พฤษภาคม เทศกาลนี้จัดขี้นสำหรับเด็กผู้ชายเท่านั้น บ้านไหนที่มีลูกชายจะประดับว่าวปลาคาร์ฟยาว 1-2 เมตรให้ปลิวไสวตามจำนวนบุตรชาย ในบ้านมีการจัดพิธีบูชาตุ๊กตานักรบ ซึ่งประกอบด้วยเสื้อเกราะ หมวกเกราะหรือที่เรียกว่า “โกะงัสสึ นิงเงียว”เพื่ออธิษฐานขอให้บุตรชายที่รักมีสุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัยไข้เจ็บ นอกจากนี้ยังมีการใช้ดอกโชบุและดอกคะชิวะและโมะติ ประดับไว้กับตุ๊กตานักรบที่ชื่อว่า Kabuto และมีการดื่มสาเกฉลองเช่นเดียวกับเทศกาลวันเด็กผู้หญิง

เทศกาลโอะฮานามิ (Ohanami) : เป็นเทศกาลชมดอกซากุระ จัดขึ้นตั้งแต่ต้นเดือน-กลางเดือนเมษายน เป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งในฤดูใบไม้ผลิ ชาวญี่ปุ่นจะพากันออกมาชมความงามของดอกซากุระ ซึ่งพร้อมใจกันบานสะพรั่งรับฤดูใบไม้ผลิเป็นสีชมพูตลอดทาง

เทศกาลหิมะ Snow Festival : จัดที่ Sapporo ทุกเดือนกุมภาพันธ์ อากาศที่หนาวเย็น ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมุ่งหน้าสู่เมืองซับโปโร บนเกาะฮอกไกโด เพื่อร่วมสนุกสนานกับเทศกาลหิมะ

ปิดการแสดงความเห็น