ข้อมูลท่องเที่ยว ฮอคไกโด

Japan-icon (1) ฮอคไกโด

ฮอกไกโดเป็นจังหวัดที่อยู่เหนือสุดของประเทศญี่ปุ่น และเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น ในปัจจุบันมีประชากรประมาณห้าล้านคน เมืองหลวงของฮอกไกโด ชื่อเมืองซัปโปโร มีประชากรประมาณหนึ่งล้านแปดแสนคน

เดิมฮอกไกโด ไม่ใช่ประเทศญี่ปุ่น แต่เป็นเกาะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวพื้นเมือง คือชาวไอนุ ซึ่งชาวพื้นเมืองเหล่านี้อยู่กระจัดกระจายไประหว่างเกาะฮอกไกโด และทางตอนใต้ของรัสเซียหน้าตาของชาวไอนุ จะมีหน้าคล้ายอินเดียนแดงมากกว่าคนเอเชีย สันนิษฐานว่า ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่าในอดีตระหว่างฮอกไกโดกับรัสเซียเป็นผื่นดินที่ติดต่อกัน

อาชีพหลักของฮอกไกโด คืออาชีพเกษตร ปลูกข้าว ปลูกมันฝรั่งและอื่นๆ ฮอกไกโดจึงได้ขึ้นชื่อว่าเป็นปากท้องของญี่ปุ่น

เนื่องจากฮอกไกโด ไม่ใช่เมืองเก่าแก่ แต่เป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาใหม่ ดังนั้นสถานที่ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์จึงไม่มีมากนัก แต่จุดขายของฮอกไกโด ก็คือสถานที่่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ซึ่งมีความงามในแต่ละฤดูที่แตกต่างกัน ในหน้าหนาวนักท่องเที่ยวมักจะมาเล่นสกีที่ฮอกไกโด เพราะหิมะของฮอกไกโด มีลักษณะเป็น เพาว์เดอร์สโนว์ นอกนั้นในหน้าหนาวก็มีกีฬาอื่นๆ เช่น การแข่งขันปาหิมะ และอื่นๆ ส่วนเทศกาลในหน้าหนาว ก็มีเทศกาลหิมะ ของซัปโปโร ซึงถือว่าเป็นเทศกาลที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น จัดขึ้นทุกปี ในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนั้นก็มีเทศกาลน้ำแข็งในเดือนต่างๆ

ส่วนหน้าร้อน นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมาเยือนที่นี่ เพราะหลงเสหน์ของทุ่งดอกไม้ ซึ่งบานเต็มภูเขา ตั้งแต่ดอกซากุระบนดิน ดอกทิวลิป และดอกลาเวนเดอร์

Japan-icon (1) ซัปโปโร

Sapporo

ซัปโปโร เป็นเมืองหลวงของจัวหวัดฮอกไกโด มีประชากรประมาณ สองล้านคน ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักของยุโรป เพราะเคยเป็นสถานที่จัดโอลิมปิกฤดูหนาว แต่สำหรับคนไทยจะรู้จักในเรื่อง เทศกาลหิมะ ซัปโปโร ซึ่งจัดทุกปี ในเดือนกุมภาพันธ์ และเกือบทุกปี ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก้ได้ส่งทีมแกะสลักจากเมืองไทยมาเข้าร่วมแก่ด้วย

สำหรับคนที่ชอบเมืองที่แตกต่างจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิงเมืองซัปโปโรน่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเมืองซัปโปโรเป็นเมืองหนาว มีอาหารการกินที่อร่อย อาหารที่มีชื่อ ก็คือ ซัปโปโรราเมง และ อาหารทะเลประเภท ปู

เมืองซัปโปโรเหมาะสำหรับคนที่จะมาช๊อปปิ้ง และชมธรรมชาติในเวลาเดียวกัน เพราะ นั่งรถไฟแค่ประมาณสามสิบนาที ก็สามารถออกไปสู่ชานเมืองและเที่ยวเมืองใกล้เคียงเช่นโอตารุได้

สถานที่ท่องเที่ยวหลักๆ สำหรับผู้ชอบประวัติศาสตร์ คือ หอนาฬิกา หอทีวี สวนสาธารณะใจกลางเมือง ภูเขาโมอิวะยามา และเมืองกลางคืนซูซูกิโนะ

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮอกไกโด(Historical village of Hokkaido)

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ฮอกไกโดเป็นพิพิทธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง ผู้มาเยี่ยมเยือนสามารถที่จะศึกษาถึงประวัติศาสตร์การพัฒนาของฮอกไกโดได้ที่นี่ หมู่บ้านแห่งนี้ตั้งขึ้นในโอกาสที่ฮอกไกโดครบรอบหนึ่งร้อยปี วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งคือเพื่อเป็นการอนุรักษ์และเป็นการจำลองบรรยากาศสมัยยุคแรกเริ่มของการเข้ามาพัฒนาฮอกไกโด ทั้งในด้านชีวิตความเป็นอยู่ อุตสาหกรรม  เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม โดยได้ย้าย บูรณะ และจำลอง ตึกเก่าๆ ที่เคยใช้จริงในยุคสมัยพัฒนาฮอกไกโดมารวมไว้ที่หมู่บ้านแห่งนี้

โอตารุ

Otaru
อำเภอโอตารุตั้งอยู่ในจังหวัดฮอกไกโด มีพื้นที่ 243.30ตารางกิโลเมตร และมีประชากรทั้งหมด ประมาณ140,000(2007)คน เป็นเมืองที่ติดชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น

โอตารุเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการมาเที่ยวครึ่งวัน เพราะเป็นเมืองที่อยู่ติดกับซัปโปโร นั่งรถไฟมาประมาณ สี่สิบนาที ก็จะถึง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเองจะนั่งรถไฟ มาลง ซัปโปโร และมาถ่ายรูปเล่นกับคลองโอตารุ จากนั้นก็จะไปเดินช๊อปปิ้งซื้อของแถบถนนช๊อปปิ้ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากคลองแห่งนี้

ถนนช๊อปปิ้ง จะมีร้านค้าอยู่ตลอดสองข้างทางยาวประมาณ หนึ่งกิโลเมตร และไปสุดที่ร้านขายกล่องดนตรีขนาดใหญ่ที่สุดของโอตารุ ร้านค้าในถนนแถบนี้ มีหลากหลายชนิด อาทิเช่น ร้านขายซูชิ ร้านขายเครื่องแก้วประเภทต่างๆ ร้านขายของที่ระลึกทั่วไป ร้านขายเหล้า ร้านขาย เค้ก เรียกได้ว่า สำหรับสาวๆ แล้วถนนสายนี้ เป็นเหมือนถนนในฝันเลยทีเดียว เพราะมีร้านค้าเล็กๆ มีของน่ารัก ให้ดูเพลิน ๆ และมีเค้กอร่อยๆ ให้กิน

สำหรับคนที่มีเวลาไม่มาก อย่างน้อยก็ควรที่จะเดินไป ที่ร้านขายกล่องดนตรี ก่อน เพราะที่นี่จะมีกล่องดนตรีให้เลือกหลากหลายชนิด จากนั้นก็ไปชมร้านขายเครื่อง แก้ว และอาจปิดท้ายด้วยขนมเค้กอร่อยๆ

ทะเลสาบโทยะ(Lake toya ,Toyako)

 Lake-toya
ทะเลสาบแห่งนี้หนึ่งในทะเลสาบชื่อดังของญี่ปุ่น เป็นทะเลสาบที่มีลักษณะกลม มีเส้นรอบวงประมาณ 40กิโลเมตร ตรงใจกลางทะเลสาบมีเกาะกลางโผล่ขึ้นมา มีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง เรียงรายอยู่รอบๆ ทะเลสาบแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถที่จะสัมผัสธรรมชาติและท่องเที่ยวรอบเกาะนี้ได้ทั้งวัน หากจะขับรถรอบเกาะจะใช้เวลาประมาณ หนึ่งชั่วโมง ขี่จักรยาน ใช้เวลา สามชั่วโมง

โนโบริเบทซึ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงด้านออนเซ็น เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับไปพักค้างคืนและเข้าออนเซ็น พักผ่อนแบบสบายสบาย สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆ โนโบริเบทซึ ก็มีหลายแห่ง เช่นฟาร์มหมีสีน้ำตาล หมู่บ้านนินจา ภูเขาไฟโชวะชินซัง และสามารถชม พิพิทธภัณฑ์
ชาวไอนุที่อยู่ไม่ไกลมากนัก

พิพิทธภัณฑ์ชนพื้นเมืองชาวไอนุ ที่ชิราโอย( The Ainu Museum)

Shiraoi Ainu Museum

พิพิทธภัณฑ์ชนพื้นเมืองไอนุ ตั้งขึ้นเพื่อ อนุรักษ์ สืบสาน และป็นศูนย์รวมของการให้การศึกษาด้านสังคม ค้นคว้าวิจัย เกี่ยวกับชนพื้นเมืองไอนุ ความเป็นมาของพิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ เริ่มต้นขึ้น ในปี1976 โดยได้มีการจัดตั้งมูลนิธิชื่อ มูลนิธิเพื่อการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมชนพื้นเมืองชิราโอย และต่อมาปีในปี1984 ได้เปิดเป็นพิพิทธภัณฑ์ชนพื้นเมืองไอนุ โดยใช้สถานที่แห่งนี้ในการจัดแสดงนิทรรศการ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและเป็นนามธรรม รวมทั้ง การใช้เป็นสถานที่ศึกษาค้นคว้า เกี่ยวกับชนพื้นเมืองไอนุ และในปี 1990 ได้เปลี่ยนชื่อมูลนิธิเป็น มูลนิธิ พิพิทธภัณฑ์ชนพื้นเมืองไอนุ

พิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ เป็นลักษณะพิพิทธภัณฑ์เปิดที่อยู่กลางแจ้ง ได้จัดแบ่งโซนจัดแสดง ออกเป็นสองโซนคือ โซนสมัยใหม่ และโซโคตัน สำหรับโซนโคตัน ได้จัดแสดงและจำลองข้าวของในอดีตที่มีอยู่ประจำบ้าน(ภาษาไอนุเรียกบ้านว่าชิเซ)ของชาวไอนุ อาทิเช่น พุ(ที่เก็บอาหาร) เพเพเรเซซี (กรงเลี้ยงลูกหมี) ชิพุ (เรือที่ทำด้วยไม้ต้นเดียว) นอกจากนี้ก็มีการจำลองชุมชนของชาวไอนุ(โคตัน)ขึ้นมา
ด้วย สำหรับมุมที่แสดงบ้าน(ชิเซ)ของชาวไอนุนั้น ก็มีคำอธิบายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาวไอนุ นอกจากนี้ก็มีการแสดงของชาวไอนุด้วย

พิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ มีเอกสารที่เกี่ยวกับชาวไอนุ 5000ชิ้น นอกจากนี้ก็มีเอกสารที่เกี่ยวกับชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่แถบประเทศทางหนือ(Northern Ethnic Minorities )เช่นชนพื้นเมืองที่มีเชื่อเรียกว่า ชาวนิฟ(nivkh) ชาวอิลตา(uilta)ชาวซามี(saami)ชาวไอนุต (innuit )อีก 250ชิ้น ในจำนวนนี้ มี800ชิ้น ที่จัดแสดงถาวร นอกจากนี้ก็มี ภาพไอนุ และ งานเขียน รวม 150ชิ้น และมีหนังสือรวม อีก 7500เล่ม

ภูเขาโชวะชินซัง(ภูเขาลูกใหม่ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยโชวะ)

Mt. St. Helens Lava Dome
เป็นแหล่งท่องเที่ยวศูนย์กลางของเมืองโซเบทซึ(sobetsu town)
ไอน้ำที่พ่นออกมาจากลาวาโดม(lava dome)บนยอดเขา ทำให้รับรู้ได้ถึงชีพจรของแผ่นดินอันกว้างใหญ่ผืนนี้ แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นหลายระลอก นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ค.ศ.1943 (ตรงกับปีโชวะ ที่ 18ของญี่ปุ่น)เป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดภูเขาลูกใหม่นี้ ในเดือนมิถุนายน ปีค.ศ.1944 ควันได้โพยพุ่งออกมาจากทุ่งข้าวสาลี อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2ปี (เดือนธันวาคมปี 1943 ถึงเดือนกันยายนปี 1945) จากการปะทุของภูเขาไฟ ก็ได้ก่อให้เกิดภูเขาซึ่งมีความสูงจากระดับระดับน้ำทะเล 407 เมตร (ปัจจุบันเหลือเพียง 402เมตร) ภูเขานี้มีคุณค่าทั้งในด้านการศึกษา และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกแห่งชาติทางด้านธรรมชาติของญี่ปุ่น

ภูเขาฮาโกดาเตะ( Mt.Hakodate,Hakodate yama)

Mt.Hakodate,Hakodate yama
ภูเขาแห่งนี้มีความสูง334 เมตร วิวยามค่ำคืนซึ่งมองจากจุดชมวิวบนภูเขาฮาโกดาเตะ ถือได้รับการกล่าวขานกันว่าวิวค่ำคืนที่สวยที่สุดในโลก การขึ้นไปบนยอดแห่งนี้นั้น สามารถขึ้นไปได้หลายวิธีอาทิเช่น กระเช้าลอยฟ้า แท๊กซี่ และรถบัส หรือรถยนต์ส่วนตัว หรือจะปีนขึ้นเขาก็ได้ สำหรับทางรถยนต์จะปิดในหน้าหหนาว จุดชมวิวบนยอดเขาไม่ว่าจะเป็นกลางคืนหรือกลางวัน ก็มีความสวยงามมาก แต่ช่วงที่ขอแนะนำเป็นพิเศษคือช่วงตั้งแต่พลบค่ำจนถึงกลางคืน สำหรับในรอบหนึ่งปี นั้น ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวได้รับการกล่าวขานว่าเป็นฤดูที่สวยที่สุด

โกะเรียวกะคุ (Goryokaku,)

Goryokaku
ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นเเพื่อป้องกันศัตรูจากทางเหนือ เป็นปราสาทแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่นซึ่งสร้างขึ้นตามแบบฉบับของปราสาทฝรั่งเศส โดยเป็นป้อมปราการรูปดาว นอกจากนี้ปราสาทแห่งนี้ก็ยังมีชื่อในฐานะที่เป็นสมรภูมิรบสุดท้ายของกลุ่มทหารที่จงรักภักดีกับระบอบเก่าและกลุ่มทหารใหม่ของรัฐบาลเมจิ หรือรู้จักกันในนามสงครามฮาโกดาเตะ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษาเป็นต้นไป ดอกซากุระพันธ์โซเมโยชิโน จะบานขึ้นพร้อมกันพร้อมกัน ซึ่งช่วงนี้จะมีคนมาชมดอกไม้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ในปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ ก็ใช้เป็นที่จัดกิจกรรมต่างๆ ของประชาชนในท้องถิ่นด้วย

วอเตอร์ฟร๊อน(Water Front)
วอเตอร์ฟร๊อน ตั้งติดกับอ่าวฮาโกดาเตะ ที่นี่เป็นท่าเรือเก่า ดังนั้นจึงมีโกดังเก็บสินค้าซึ่งทำด้วอิฐแดงเรียงรายอยู่หลายแห่ง ซึ่งโกดังเหล่านี้สร้างขึ้นในสมัยเมจิ และในต้นสมัยโชวะ ในปัจจุบัน อาคารโกดังเหล่านี้ยังคงถูกอนุรักษ์เอาไว้ แต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอก ส่วนภายในได้ปรับปรุงเป็นช๊อปปิ้งมอลล์ ร้านกาแฟ และร้านอาหาร นอกจากนั้นก็มีเรือท่องเที่ยวให้บริการด้วย ในเดือนธันวาคมจะมีการจัดงานฮาโกดาเต คริสมาส แฟนตาซี อันตระการตาที่นี่

โบสถ์คริสต์นิกายออโธดอกซ์แฮริส 
แฮริสหมายถึง คริสต์ ในช่วงสมัยปลายสมัยเอโดะ บาทหลวงชาวรัสเซียชือ นิโคไล ได้มาแผยแผพร่ศาสนาที่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โบสถ์แห่งนี้ตอนแรกสร้างเพื่อเป็นสถานกงศุลของรัสเซียและเป็นที่สวดมนต์ ตอนนี้เป็นมรดกแห่งชาติทางด้านวัฒนธรรมของญี่ปุ่น โบสถ์แห่งนี้สร้างขึ้นในสไตล์ไบเซนไทน์(Byzantine)ของรัสเซีย ด้านหลังของโบสถ์ สามารถที่จะถ่ายรูปให้ภาพวาดที่มีทะเลเป็นฉากหลังได้

ปิดการแสดงความเห็น