‘ลาเวนเดอร์’ สวยรูปจูบหอม

ตำราว่าไว้ “ดอกไม้สีม่วงเป็นตัวแทนของศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจ”

01Lavender

02 Lavender

จะจริงหรือไม่…คงไม่สำคัญเท่ากับคุณค่าและความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของลาเวนเดอร์

ต้นกำเนิดของสายพันธุ์ลาเวนเดอร์  ว่ากันว่ามาจากดินแดนแถบแอฟริกา ก่อนจะกระจายไปยังเมดิเตอร์เรเนียน เอเชียใต้จนถึงเอเชียตะวันตก คำว่า “ลาเวนเดอร์” มาจากภาษาละติน “lavare” หมายถึง “ชำระล้าง” เพราะในสมัยก่อน ชาวเปอร์เซีย กรีก และโรมันนำกิ่งดอกลาเวนเดอร์มาเผาเพื่อป้องกันการติดต่อของโรคระบาด ส่วนที่ฝรั่งเศส หญิงรับจ้างซักผ้านำดอกลาเวนเดอร์มาแช่ในอ่างอาบน้ำ ในตะกร้าซักผ้าและในตู้ต่างๆ เพื่อให้ผ้าลินินมีกลิ่นหอมและป้องกันแมลง

04 lavender

ลาเวนเดอร์มีหลายสายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่นิยมมาก ได้แก่ โอลด์ อิงลิช ลาเวนเดอร์ ซึ่งนำกลิ่นมาทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอโรมา ปลูกกันมากในอังกฤษ ตอนใต้ของฝรั่งเศส ส่วนพันธุ์ สไปก์ ลาเวนเดอร์ นิยมปลูกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน พันธุ์ เฟรนช์ ลาเวนเดอร์ ปลูกมากในฝรั่งเศส แต่ที่โปรตุเกสและสเปนก็มี ส่วนอีกพันธุ์หนึ่งที่เลื่องชื่อเช่นเดียวกันคือ บัสทาร์ด ลาเวนเดอร์ ปลูกในแคว้นโพรวองซ์ของฝรั่งเศส ส่วนใหญ่ใช้สกัดมาเป็นกลิ่นสบู่และน้ำหอม

05lavender 06lavender

สำหรับช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเก็บเกี่ยวดอกลาเวนเดอร์จะเริ่มตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่ดอกลาเวนเดอร์ผลิตน้ำมันหอมระเหยหรือเอสเซนเชี่ยลออยล์ได้มากที่สุด ดังนั้นหากต้องการไปชมความงดงามของทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมนับเป็นเวลาที่ดีที่สุด ซึ่งอาณาจักรลาเวนเดอร์ที่รับประกันความพอใจให้กับนักท่องเที่ยว นอกจากที่โพรวองซ์ ประเทศฝรั่งเศสแล้ว คงต้องกด Like ให้เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

แม้จะไม่ใช่พืชพันธุ์ท้องถิ่น แต่หลังจากที่มีการนำลาเวนเดอร์จากทางตอนใต้ของฝรั่งเศสมาทดลองปลูกในแดนอาทิตย์อุทัย และปรากฏผลลัพธ์ที่น่าพอใจก็เกิดเป็นกระแสนิยมปลูกอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในแถบเนินเขาทางด้านตะวันออกของเกาะฮอกไกโด

เดิมการปลูกดอกไม้ล้มลุมชนิดนี้เป็นไปเพื่อผลิตน้ำหอม แต่หลังจากที่ราคาลาเวนเดอร์ตกต่ำ จึงเกิดแนวคิดที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว กระทั่งมาเตะตาสะกิดใจใครต่อใคร เมื่อรถไฟฟ้าความเร็วสูงของประเทศญี่ปุ่นถ่ายภาพโฆษณาโดยใช้ทุ่งลาเวนเดอร์เป็นฉากหลัง นับแต่นั้นฤดูกาลแห่งดอกไม้สีม่วงก็ไม่เคยว่างเว้นจากนักท่องเที่ยว ราวปลายเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคมคือช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนสถานที่เที่ยวชมลาเวนเดอร์ส่วนใหญ่จะอยู่ในละแวกเมืองอาซาฮิกาว่า (Asahikawa) อย่างเช่นที่ฟุราโน่ (Furano) และบิเอะ (Biei)

อย่างที่บอกลาเวนเดอร์ไม่ได้สวยแต่รูป ทว่าสรรพคุณยังมีมากมาย น้ำมันหอมระเหยกลิ่นลาเวนเดอร์ช่วยผ่อนคลายและระงับประสาท ระงับความตึงเครียดและทำให้หลับสบาย อีกทั้งมีสรรพคุณการฆ่าเชื้อ รักษาบาดแผลผิวหนังที่ระคายเคือง พุพอง เพราะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดอาการเจ็บคอและหลอดลมได้เมื่อสูดดม

เช่นนี้เอง…ดอกไม้สีม่วงจึงเป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจได้อย่างไม่ต้องสงสัย

เรื่องนี้ถูกเขียนใน บล็อคท่องเที่ยว และติดป้ายกำกับ , , , , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>